สกสว. ผนึกกำลัง บพค.-บพข. ร่วมหารือ SCG Chemicals ผลักดันความร่วมมือการพัฒนานวัตกรรมด้านการจัดการของเสียอิเล็กทรอนิกส์และการสกัดโลหะมีค่า มุ่งสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่เป้าหมาย Net Zero Emission อย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เข้าร่วมประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) หน่วยบริหารและจัดการทุน (PMU) และบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SCG) ในประเด็นการจัดการของเสียอิเล็กทรอนิกส์และการสกัดโลหะมีค่า (E-waste & Metals Recovery) ณ ห้องประชุม 1103 ชั้น 11 อาคารเอสซีจี 100 ปี บางซื่อ กรุงเทพมหานคร
การประชุมครั้งนี้มี รองศาสตราจารย์ ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ รองผู้อำนวยการ สกสว. พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ชลิตา ศรีนวล ผู้อำนวยการสํานักกลยุทธ์พัฒนากองทุนและระบบนิเวศ ววน. สกสว. และรองศาสตราจารย์ ดร.จินตวัฒน์ ไชยชนะวงศ์ ที่ปรึกษาแผนงานเศรษฐกิจหมุนเวียน หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) ภายใต้ รวพ. พร้อมด้วย ดร.ทรงศักดิ์ กล่ำคลัง Manager attached to Bio Circular Green, SCG Chemicals (SCGC) ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นและข้อเสนอแนะต่อแนวทางการขับเคลื่อนความร่วมมือการพัฒนาธุรกิจจากฐานนวัตกรรม เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว (Circular & Green Economy) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือในการพัฒนานวัตกรรมด้านการจัดการของเสียอิเล็กทรอนิกส์และการสกัดโลหะมีค่าให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

รศ.ดร.นพพรฯ เผยว่า สกสว. ทำหน้าที่เป็นกลไกกลางระดับนโยบายในการเชื่อมโยงและจัดสรรงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันอุดมศึกษา ตามกรอบบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ SCG ในการสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจจากฐานนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว (Circular & Green Economy) ให้ตอบเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ของประเทศ โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่ การจัดการของเสียอิเล็กทรอนิกส์และการสกัดโลหะมีค่า (E-waste & Metals Recovery) อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์สุขภาพ (Healthcare Innovation) เทคโนโลยีพลังงานสะอาด (Renewable Energy) การเพิ่มประสิทธิภาพทางความร้อนและการบำรุงรักษากระบวนการผลิตไฟฟ้า รวมถึงเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) นอกจากนี้ สกสว. ยังพร้อมร่วมมือในการผลักดันการจัดทำมาตรฐาน กฎระเบียบ และมาตรการสร้างแรงจูงใจ เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม (Collaborative Ecosystem) ที่รองรับการขยายผลนวัตกรรมไปสู่การใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดร.ทรงศักดิ์ฯ เปิดเผยทิศทางการสร้างการเติบโตผ่านธุรกิจใหม่ด้านความยั่งยืน (Sustainability) ด้วยโมเดลนวัตกรรมแบบเปิด (Open Innovation) โดย SCG มุ่งเน้นฐานข้อมูลงานวิจัย 4 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ 1) เศรษฐกิจหมุนเวียนและการสกัดวัสดุ (Circularity & Material Recovery) 2) วัสดุเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Materials) 3) โซลูชันพลังงาน (Energy Solutions) และ 4) เคมีสะอาดกับโซลูชันสิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้าเทคโนโลยีสกัดและรีไซเคิลแร่หายาก (Rare Earth Recovery) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับแม่เหล็กถาวรในยานยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไอที เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังได้พัฒนานวัตกรรมเคมีทำความสะอาดที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Green Chemical Cleaning) ร่วมกับระบบบำบัดทางชีวภาพเพื่อหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่ (Water Circularity) แทนการขนส่งไปเผากำจัด โดยเตรียมจัดตั้งโรงงานต้นแบบ (Pilot Plant) ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เพื่อรองรับน้ำเสียจากการล้างถังสารเคมีและเครื่องจักร จึงมีความต้องการการสนับสนุนทั้งด้านทุนสำหรับการสาธิตและพัฒนาโครงการนำร่อง ตลอดจนการสนับสนุนการลงทุนร่วมกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับเทคโนโลยีจากระดับนำร่องไปสู่การใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์ให้เกิดเป็นรูปธรรม พร้อมตั้งเป้าขยายผลการใช้งานสู่ระดับภูมิภาคอาเซียน

ดร.ณิรวัฒน์ฯ กล่าวว่า บพค. มุ่งสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นแนวหน้าสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ผ่านการพัฒนาต้นแบบเทคโนโลยี (Prototype) และ Technology Platform ที่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือวิจัยและการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ตัวอย่างการสนับสนุนของ บพค. คือ “โครงการต้นแบบเทคโนโลยีสำหรับการแยกลิเทียมและแร่โลหะมีค่าจากขยะอิเล็กทรอนิกส์” ซึ่งมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลเพื่อแยกลิเทียมและโลหะมีค่าจากแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนและขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้มีประสิทธิภาพและความจำเพาะสูง โดยลดการใช้สารเคมี พร้อมพัฒนานักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการนำโลหะกลับมาใช้ใหม่ โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายในการพัฒนาต้นแบบเทคโนโลยีการกู้คืนลิเทียมและโลหะมีค่าจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-waste) เพื่อให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลของตนเอง ลดการพึ่งพาวัตถุดิบและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่และเศรษฐกิจหมุนเวียนในอนาคต ผ่านการดำเนินงานร่วมกับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ซึ่งมี SCGC เป็นภาคเอกชนร่วมโครงการ
ด้าน รศ.ดร.จินตวัฒน์ฯ กล่าวว่า สำหรับ บพข. เน้นการสนับสนุนงานวิจัยขยายผลระดับปลายทาง (TRL กลางถึงสูง) สู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ผ่านกลไกจัดตั้งโรงงานต้นแบบ (Pilot Plant), พื้นที่ทดสอบนวัตกรรม (Sandbox) และการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน โดย บพข. เตรียมเปิดรับข้อเสนอโครงการด้านการจัดการและหมุนเวียนน้ำในภาคอุตสาหกรรม (Water Circularity) เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออก ควบคู่กับการผลักดันนวัตกรรมจัดการ E-waste และโลหะมีค่า ผ่านการพัฒนาระบบตรวจรับรองมาตรฐานการนำแผงโซลาร์เซลล์กลับมาใช้ซ้ำ ตลอดจนการร่วมมือกับสถาบันยานยนต์และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ในการจัดทำมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการนำแบตเตอรี่ EV มือสองกลับมาใช้ในระบบกักเก็บพลังงาน ทั้งนี้ บพข. พร้อมร่วมผลักดันการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่พร้อมรองรับการเติบโตเชิงพาณิชย์ร่วมกับ SCG และพันธมิตรอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอนาคตของประเทศแบบครบวงจร
การหารือเพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่าง สกสว. บพค. บพข. และ SCG ในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของระบบ ววน. ไทยในการเชื่อมโยงตั้งแต่งานวิจัยขั้นแนวหน้า การพัฒนาเทคโนโลยีต้นแบบ การทดสอบและขยายผลสู่ภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ควบคู่กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและเป้าหมาย Net Zero Emission อย่างยั่งยืน

หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต
Program Management Unit for Frontier Brainpower and Future Industries

319 อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน
เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
02-109-5432 ต่อ 845
[email protected]

ช่องทางการติดต่อสารบรรณของหน่วยงาน :
[email protected]

      ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่