

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. มอบหมายให้ ดร.รัฐภูมิ ตู้จินดา ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการ บพค. พร้อมด้วยคณะทำงานแผนงานเป้าหมายสำคัญฯ นำโดย ดร.วิบูลย์ รักสาสน์เจริญผล ดร.สุรพันธ์ เมฆนาวิน คุณอภิเนตร อูนากูล คุณตติยะ หลิมวิจิตร และเจ้าหน้าที่ บพค. ร่วมลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประเด็น “ประเทศไทยเกิดงานใหม่ ทักษะสูง รายได้ดี ใน 3 อุตสาหกรรม (Semiconductor, EV และ AI)” ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ โรงแรมแมนดาริน (สามย่าน) กรุงเทพมหานคร
โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ยุทธนันท์ บุญยงมณีรัตน์ หัวหน้าโครงการ “ต้นแบบพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงให้มีทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการออกแบบและผลิตวัสดุอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศไทย (ปีที่ 2)” ได้นำเสนอความก้าวหน้าการพัฒนาทักษะผู้สอนสมรรถนะสูง (Master Trainer) ให้มีความเชี่ยวชาญในการถ่ายทอดองค์ความรู้และการให้คำปรึกษาด้านวัสดุศาสตร์ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และการประยุกต์ใช้เพื่อสร้างระบบการทำงานอัตโนมัติ ให้แก่บุคลากรระดับวิศวกร และนักวิจัยในภาคอุตสาหกรรม ภายใต้แนวคิดโครงการที่มุ่งเน้น “ปั้นทีมครูผู้สร้างคน สู่พลังคูณกำลังคนอุตสาหกรรม” ซึ่งกำลังคน Master Trainer ถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญในระบบนิเวศ ที่จะช่วยส่งเสริมและสร้างความยั่งยืนให้แก่กระบวนการพัฒนาทักษะกำลังคนในภาคอุตสาหกรรมให้มีทักษะใหม่ และยกระดับขีดความสามารถพื้นฐานให้แก่บุคลากรในภาคอุตสาหกรรมของไทย


ภายในงาน คณะติดตามโครงการฯ ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์กิจกรรมการฝึกอบรม ซึ่งดำเนินการบรรยายโดย Master Trainer ในด้านการผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับกระบวนการปรับปรุงระบบการผลิต การควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ สร้างกระบวนการทำงานอัตโนมัติ ไปจนถึงการเพิ่มอัตราผลผลิต (Yield) โดยกลุ่มผู้เข้าร่วมรับฟังการบรรยายในครั้งนี้ คือ บุคลากรระดับวิศวกรและนักวิจัยฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ ในอุตสาหกรรมด้าน Semiconductor, Advanced Electronics, EV และ Battery ที่ต้องการนำความรู้ด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ไปพัฒนาโรงงานของตน พร้อมกันนี้ คณะติดตามโครงการฯ ยังได้ร่วมพูดคุยหารือกับคณะผู้จัดทำโครงการ ถึงแนวทางการพัฒนาปรับปรุง Talent Pipeline เส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ และการดึงศักยภาพของ Master Trainer เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับระบบการพัฒนากำลังคนที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน
ทั้งนี้ กำลังคน Master Trainer ที่ร่วมงานครั้งนี้ คือ ผลผลิตจากโครงการในระยะที่ 1 ที่ได้รับการบ่มเพาะทักษะเชิงเทคนิคในด้านวัสดุศาสตร์ เทคโนโลยี AI ระบบอัตโนมัติ และทักษะการสอนตามหลัก Pedagogy โดยคณาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมจากสถาบัน Fraunhofer Institute IPA ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นการควบคุมมาตรฐานองค์ความรู้ของ Master Trainer ทั้งนี้ โครงการได้ตั้งเป้าพัฒนา Master Trainer จำนวน 40 คน และขยายผลสู่การพัฒนาทักษะขั้นสูงให้แก่บุคลากรในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงกลุ่มนักศึกษาและบัณฑิตรุ่นใหม่ ที่ต้องการทำงานในภาคอุตสาหกรรมกว่า 85 คน ภายในระยะเวลา 2 ปี การพัฒนา Master Trainer เพื่ออุตสาหกรรม ที่มีทั้งความเชี่ยวชาญในเชิงเทคนิค และทักษะในการถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึก เป็นกลไกสำคัญในการสร้างระบบนิเวศการพัฒนากำลังคนที่สามารถขยายผลได้อย่างต่อเนื่อง โดยนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นแนวหน้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านภาคอุตสาหกรรมไทยเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดย บพค. พร้อมให้การสนับสนุนกลไกการสร้างกำลังคนที่มีประสิทธิภาพและความยั่งยืน เพื่อยกระดับทักษะและขีดความสามารถของบุคลากรไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
