
ระหว่างวันที่ 5-6 ตุลาคม 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ที่ปรึกษา บพค. ดร.จิตติ มังคละศิริ และ ดร.รัฐภูมิ ตู้จินดา รองผู้อำนวยการ บพค. เข้าร่วมการหารือกับ OptQC Corp. บริษัท Deep-tech Startup ของประเทศญี่ปุ่นที่พัฒนาเทคโนโลยี Optical Quantum Computing และผู้แทนจาก Ministry of Economy, Trade and Industry (METI) ณ เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ ดร.นพดล นันทวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC) เข้าร่วมการหารือ ขณะที่ฝ่าย OptQC Corp. นำโดย Dr. Kan Takase, Representative Director and CEO, Dr. Warit Asavanant, Board Director and CTO และ Mr. Noriaki Iwata, Board Director and COO พร้อมด้วยผู้แทนจาก METI ได้แก่ Mr. Kazuhiro Sugie, Director of Innovation Policy / Director of Quantum Industry Office และ Ms. Yui Nakagawa, Assistant Director of Quantum Industry Office เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาความร่วมมือด้านการวิจัย การพัฒนากำลังคน การเข้าถึงเทคโนโลยี และการเชื่อมโยงสู่ภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนวางแนวทางต่อยอดความร่วมมือด้าน Quantum Technology ระหว่างไทยและญี่ปุ่นให้เกิดผลเป็นรูปธรรม


การหารือมุ่งยกระดับความร่วมมือจากการสร้างเครือข่ายและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ไปสู่การพัฒนา Joint Research และ Co-investment โดย บพค. และ OptQC Corp. มีแนวคิดที่จะร่วมกำหนดโจทย์และสนับสนุนโครงการด้าน Optical Quantum Computing ที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยไทย ตั้งแต่การกำหนดโจทย์วิจัย การพัฒนาเทคโนโลยี การทดสอบและยืนยันประสิทธิภาพ ไปจนถึงการต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดทั้งองค์ความรู้ ขีดความสามารถทางเทคโนโลยี และผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม โดยอีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการพัฒนา Quantum Talent ผ่านการวิจัยร่วม การแลกเปลี่ยนนักวิจัย การฝึกอบรม และการเปิดโอกาสให้นักวิจัยและวิศวกรไทยได้ทำงานร่วมกับทีม OptQC Corp. โดยตรง เพื่อเสริมสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Optical Quantum Computing พร้อมพิจารณาแนวทางการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย ภาคอุตสาหกรรม และ OptQC Corp. เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการสร้างความพร้อมด้านเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทยในระยะยาว
โอกาสนี้ OptQC Corp. ยังได้นำเสนอ Strategic Proposal for Quantum Collaboration โดยเสนอภาพการพัฒนาอุตสาหกรรมควอนตัมของประเทศไทยในระยะยาว ซึ่งเริ่มจากการพัฒนากำลังคนผ่านโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างนักวิจัยและวิศวกรไทยกับ OptQC ในปี 2570 ก่อนต่อยอดไปสู่แนวคิดการจัดตั้ง National Quantum Computing Center เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมบุคลากร ทรัพยากร และความเชี่ยวชาญ การนำ Optical Quantum Computing มาใช้พัฒนา Use Cases และระบบนิเวศ ตลอดจนการวางบทบาทประเทศไทยสู่การเป็นฐาน Optical Quantum Computing Manufacturing Hub ของภูมิภาคในระยะยาว

เพื่อเร่งผลักดันแนวทางดังกล่าว OptQC Corp. ได้เสนอแนวคิดการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Cooperation: MOC) กับ บพค. เพื่อใช้เป็นกรอบในการพัฒนาความร่วมมือและขับเคลื่อนกิจกรรมในระยะต่อไป โดยข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ในขั้นของการหารือและพัฒนารายละเอียดร่วมกันระหว่างฝ่ายไทยและญี่ปุ่น การมีผู้แทนจาก METI เข้าร่วมครั้งนี้จึงสะท้อนถึงความเชื่อมโยงระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมกับนโยบายอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น และเปิดโอกาสให้การหารือไม่ได้จำกัดอยู่เพียงระดับงานวิจัย แต่สามารถเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาระบบนิเวศ การลงทุน การผลิต และห่วงโซ่อุปทานในอนาคต นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงการเปิดโอกาสให้นักวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคอุตสาหกรรมไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีของ OptQC Corp. ผ่านการพัฒนา Proof of Concept (PoC) และการทดสอบ Applications เพื่อสร้างความเข้าใจเชิงปฏิบัติและพัฒนา Use Cases ที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ขณะเดียวกัน ยังเป็นโอกาสให้ OptQC ร่วมพัฒนา Applications ใหม่และขยายเครือข่ายพันธมิตรในประเทศไทย
สำหรับเป้าหมายในระยะยาว ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการนำความสามารถด้าน Optics, Photonics, Electronics และ Device Assembly มาเชื่อมโยงกับการพัฒนา Hardware และ Supply Chain ของ Optical Quantum Computer เพื่อให้ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยี แต่สามารถมีส่วนร่วมในห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่การวิจัย การพัฒนาบุคลากร การสร้างชิ้นส่วน การประกอบ ไปจนถึงการผลิตและการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานของ Quantum Technology ในอนาคต

ต่อมา คณะเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการด้าน Optical Quantum Computing ประกอบด้วยห้องปฏิบัติการเชิงแสงและห้องปฏิบัติการด้านระบบไฟฟ้า สำหรับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีตั้งแต่ Quantum Light State การควบคุม Quantum States เทคนิค Quantum Measurement ระบบควบคุมการประมวลผล ตลอดจน Photonics Technology และ Photonics Chips สำหรับ Quantum Computer รุ่นถัดไป โดยเฉพาะการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้าน Photonics, Quantum Computing และ Photonic Chips เข้ากับการพัฒนากำลังคน งานวิจัยขั้นแนวหน้า และโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการสร้างระบบนิเวศควอนตัมในประเทศ อีกทั้งยังสอดคล้องกับศักยภาพของไทยด้าน Optics, Photonics, Electronics และ Device Assembly ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างต้นแบบ การทดสอบ และการมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานของ Optical Quantum Computing ในอนาคต อันจะช่วยยกระดับประเทศไทยจากการเป็นผู้ใช้เทคโนโลยี ไปสู่การเป็นผู้ร่วมพัฒนาและสร้างขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีควอนตัมร่วมกับพันธมิตรระดับนานาชาติ
มากไปกว่านั้น คณะผู้แทนไทยยังได้เข้าเยี่ยมชมและหารือแนวทางความร่วมมือกับ ArkEdge Space Inc. บริษัท Space-tech Startup ของญี่ปุ่นที่มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและบริหารจัดการดาวเทียมขนาดเล็กแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การทดสอบ ระบบภาคพื้นดิน ไปจนถึงการปฏิบัติการดาวเทียม โดยการเยี่ยมชมและหารือครั้งนี้ได้รับการประสานงานโดย ดร.ดำรงค์ฤทธิ์ เนียมหมวด รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA) เพื่อเปิดโอกาสให้คณะผู้แทนไทยได้เรียนรู้แนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมอวกาศของญี่ปุ่น พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือด้าน Space Technology และ Satellite Technology โดยเฉพาะเทคโนโลยีดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit: LEO) และการเชื่อมต่ออุปกรณ์ผ่านเครือข่ายดาวเทียมสำหรับ Internet of Things (IoT) ซึ่งมีศักยภาพในการสนับสนุนการพัฒนาระบบสื่อสารและการเชื่อมต่อข้อมูลในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านโครงข่ายภาคพื้นดิน ตลอดจนการต่อยอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีดาวเทียมสู่การประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ArkEdge Space ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีในหลายสาขา อาทิ Satellite Remote Sensing, Non-Terrestrial Network, LEO Positioning–Navigation–Timing ตลอดจน Lunar Infrastructure และ Deep Space Exploration โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนแนวทางการเชื่อมโยงองค์ความรู้และศักยภาพด้านเทคโนโลยีอวกาศของไทยและญี่ปุ่น เพื่อสำรวจโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือด้านการวิจัย เทคโนโลยีดาวเทียม และการพัฒนากำลังคนในระยะต่อไป อันจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมอวกาศและอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศไทย

การหารือและเยี่ยมชมครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของ บพค. ในการขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Research and Frontier Technology) ผ่านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ทั้งด้าน Quantum Technology และ Space Technology โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง และการศึกษาศักยภาพของเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานวิจัยขั้นสูง ตลอดจนการสำรวจโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือด้านการวิจัยและเทคโนโลยีในอนาคต โดยเฉพาะ Optical Quantum Computing เทคโนโลยีดาวเทียม และระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO/IoT) เพื่อวางรากฐานการพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของประเทศไทย และส่งเสริมการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
