บพค. เยี่ยมชมโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า และหารือแนวทางความร่วมมือ กับ University of Tokyo และ AIST เพื่อเสริมศักยภาพไทยด้าน Semiconductor และ Quantum Technology

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ที่ปรึกษา บพค. ดร.จิตติ มังคละศิริ และ ดร.รัฐภูมิ ตู้จินดา รองผู้อำนวยการ บพค. ได้นำคณะผู้บริหารจากกระทรวง อว. นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. พร้อมด้วย ดร.วีระชัย อาจหาญ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และ ดร.นพดล นันทวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC) เข้าเยี่ยมชมโครงสร้างพื้นฐานวิจัยด้านเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง พร้อมหารือแนวทางการพัฒนาความร่วมมือด้านการวิจัยและเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ระหว่างไทยและญี่ปุ่น ณ Department of Electrical Engineering and Information Systems (EEIS), Graduate School of Engineering, The University of Tokyo กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยมี Professor Mitsuru Takenaka, Chair of EEIS และคณะอาจารย์จาก EEIS ให้การต้อนรับ เพื่อศึกษาศักยภาพของห้องปฏิบัติการ เครื่องมือวิจัย และแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงของประเทศญี่ปุ่น
คณะผู้แทนไทยได้รับฟังภาพรวมการดำเนินงานด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี Semiconductor และ Advanced Electronics ของมหาวิทยาลัยโตเกียว ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบวงจร การสร้างต้นแบบ การผลิตและทดสอบอุปกรณ์ ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ Silicon Photonics, Flexible Electronics และ Spintronics โดยได้ศึกษาระบบโครงสร้างพื้นฐานวิจัยที่สำคัญ ได้แก่ Systems Design Lab (d.lab) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนการออกแบบระบบและวงจรรวม Agile-X Center ที่มุ่งสนับสนุนการสร้างต้นแบบชิปและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างรวดเร็ว รวมถึง Takeda Super Clean Room ห้องสะอาดขนาดประมาณ 600 ตารางเมตร ที่รองรับกระบวนการผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์และนาโนเทคโนโลยี ทั้งกระบวนการ Lithography, Deposition และ Etching ตลอดจนการตรวจวัดและวิเคราะห์คุณสมบัติของอุปกรณ์ ซึ่งสะท้อนถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานวิจัยที่เชื่อมโยงตั้งแต่การออกแบบ การผลิตต้นแบบ ไปจนถึงการทดสอบและพัฒนาเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการนำไปใช้ประโยชน์จริง

นอกจากนี้ คณะผู้แทนไทยยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานวิจัยร่วมกันของประชาคมวิจัย โดยเฉพาะโอกาสในการส่งเสริมให้นักวิจัยไทยเข้าถึงห้องปฏิบัติการและเครื่องมือสำหรับการผลิตและทดสอบอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะเชิงปฏิบัติด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ตลอดจนการเชื่อมโยงเครือข่ายนักวิจัยผ่านกลไก NEXUS ภายใต้ Japan Science and Technology Agency (JST) ซึ่งสนับสนุนความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่างญี่ปุ่นและประเทศในภูมิภาคอาเซียน โดยมุ่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและนักวิจัย การดำเนินโครงการวิจัยร่วม และการพัฒนากำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศไทยในระยะยาว ทั้งนี้ การหารือยังเป็นโอกาสในการสำรวจแนวทางเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญและทรัพยากรด้านการวิจัยของทั้งสองประเทศ เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงในระยะต่อไป
ต่อมาเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 คณะผู้แทนไทยนำโดย ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. เข้าเยี่ยมชมโครงสร้างพื้นฐานวิจัย พร้อมหารือแนวทางการพัฒนาความร่วมมือด้าน Quantum Technology ระหว่างไทยและญี่ปุ่น ณ National Institute of Advanced Industrial Science and Technology (AIST) เมือง Tsukuba ประเทศญี่ปุ่น โดยมี Dr. Uehara Natsuko, Director-General พร้อมด้วย Dr. Horibe Masahiro, Deputy Director of Global Research and Development Center for Business by Quantum-AI Technology (G-QuAT) และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ เพื่อศึกษารูปแบบการพัฒนาและบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานวิจัยด้าน Quantum Technology และการเชื่อมโยงงานวิจัยขั้นสูงสู่การประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม

ในการเยี่ยมชมครั้งนี้ คณะผู้แทนไทยได้ศึกษาระบบโครงสร้างพื้นฐานวิจัยของ G-QuAT ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ (1) ABCI-Q โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลแบบ Quantum–Classical Hybrid Computing ที่เชื่อมโยง GPU Supercomputer เข้ากับ Quantum Computer หลายเทคโนโลยี ทั้ง Superconducting, Neutral Atom และ Photonic Quantum Computing เพื่อสนับสนุนการพัฒนา Quantum Algorithms และ Quantum Applications รวมถึงการทดสอบกรณีใช้งานจริง (2) Qufab โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการผลิตและสร้างต้นแบบวงจรควอนตัมแบบ Superconducting ที่ช่วยให้นักวิจัยสามารถพัฒนาและทดสอบอุปกรณ์ควอนตัมได้โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนจัดตั้งโรงงานผลิตด้วยตนเอง และ (3) MoQuren ระบบ Photonic Quantum Computer ที่พัฒนาโดย OptQC Corp. และติดตั้งภายใน G-QuAT เพื่อสนับสนุนการวิจัยและทดสอบเทคโนโลยีการประมวลผลควอนตัมด้วยแสง โดยโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวสะท้อนแนวทางการพัฒนาระบบนิเวศเทคโนโลยีควอนตัมที่เชื่อมโยงตั้งแต่การพัฒนาอัลกอริทึม การประมวลผล ไปจนถึงการผลิตและทดสอบอุปกรณ์ควอนตัม
ประเด็นสำคัญของการเยี่ยมชม AIST คือการศึกษาแนวทางการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานวิจัยระดับชาติให้เกิดการใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างภาครัฐ สถาบันวิจัย และภาคเอกชน โดย AIST ให้ความสำคัญกับการพัฒนาแพลตฟอร์มที่รองรับการวิจัยจากหลายหน่วยงาน การสร้างต้นแบบเทคโนโลยี และการทดสอบการใช้งานจริง เพื่อช่วยลดข้อจำกัดด้านต้นทุนและความซับซ้อนของเครื่องมือวิจัยขั้นสูง พร้อมส่งเสริมการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากงานวิจัยไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ คณะผู้แทนไทยยังได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับแนวทางการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานวิจัยขั้นสูง รวมถึงโอกาสในการเชื่อมโยงนักวิจัยและสถาบันวิจัยของไทยกับระบบโครงสร้างพื้นฐานของ AIST เพื่อสนับสนุนการวิจัยร่วม การพัฒนา Quantum Applications และการสร้างกำลังคนด้าน Quantum Computing, Quantum Software และ Quantum Hardware ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือด้านการวิจัย การพัฒนาบุคลากร และการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานวิจัยขั้นสูง เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการประสานความร่วมมือในอนาคต

การเยี่ยมชมและหารือความร่วมมือในครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทของ บพค. ในการส่งเสริมการพัฒนา Frontier Research และ Frontier Technology ผ่านการศึกษาแนวทางการลงทุน พัฒนา และบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานวิจัยขั้นสูงของประเทศญี่ปุ่น ตลอดจนการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เครื่องมือวิจัย และเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ เพื่อสนับสนุนการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงและยกระดับขีดความสามารถด้าน Semiconductor, Advanced Electronics และ Quantum Technology ของประเทศไทย อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ตลอดจนเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน

หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต
Program Management Unit for Frontier Brainpower and Future Industries

319 อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน
เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
02-109-5432 ต่อ 845
[email protected]

ช่องทางการติดต่อสารบรรณของหน่วยงาน :
[email protected]

      ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่