
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. มอบหมายให้ ดร.จิตติ มังคละศิริ ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการ บพค. พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ บพค. ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจาก องค์กรแลกเปลี่ยนทางวิชาการแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (German Academic Exchange Service: DAAD) นำโดย Mr. Felix Wagenfeld ผู้อำนวยการสำนักงาน DAAD ประจำภูมิภาคกรุงฮานอย พร้อมด้วย Ms. Issaraporn Kittiwisit และ Ms. Prakaikaew Thongtawepol ที่ปรึกษาด้านการศึกษาจาก DAAD ประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าหารือแนวทางการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ณ ห้องประชุมหว้ากอ 3 ชั้น 14 อาคารจัตุรัสจามจุรี กรุงเทพมหานคร
การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นการเชื่อมโยงบทบาทของทั้งสองหน่วยงาน เพื่อแสวงหาโอกาสในการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง การแลกเปลี่ยนนักวิจัย และการเคลื่อนย้ายบุคลากรทางวิชาการระหว่างสองประเทศให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ในโอกาสนี้ ดร.จิตติ มังคละศิริ ได้นำเสนอภาพรวมภารกิจของ บพค. ในการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย ตลอดจนการสร้างความร่วมมือและการร่วมลงทุนด้านการวิจัยและนวัตกรรมกับพันธมิตรต่างประเทศ โดย บพค. ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีเป้าหมาย 6 กลุ่ม ได้แก่ Digital and Computing Technology, Sensor and Electronics Technology, Biotechnology, Clean Energy and Decarbonization Technology, Advanced Materials และ Frontier Technology พร้อมทั้งนำเสนอประสบการณ์ความร่วมมือกับพันธมิตรเยอรมนีที่มีอยู่ในมิติด้านการวิจัยร่วม ซึ่งจากการหารือพบว่า การเคลื่อนย้ายนักวิจัยและบุคลากร (Talent Mobility) รวมถึง Academic/Research Exchange ยังเป็นช่องว่างสำคัญที่สามารถต่อยอดความร่วมมือระหว่างไทยและเยอรมนีให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ด้าน Mr. Felix Wagenfeld ได้นำเสนอบทบาทของ DAAD ซึ่งเป็นองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Academic Mobility และการส่งเสริมความเป็นนานาชาติของสถาบันอุดมศึกษา โดยดำเนินงานทั้งด้านการให้ข้อมูลและคำปรึกษา การสร้างเครือข่ายระหว่างมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย ตลอดจนการสนับสนุนทุนและการแลกเปลี่ยนสำหรับนักศึกษา นักศึกษาปริญญาเอก นักวิจัยหลังปริญญาเอก และนักวิจัยจากนานาประเทศ ทั้งนี้ DAAD มีประสบการณ์ในการดำเนินกลไกความร่วมมือและ Co-funded Mobility Schemes ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรในหลายประเทศ ซึ่งสามารถนำมาเป็นกรณีศึกษาในการออกแบบความร่วมมือกับประเทศไทยได้ โดย DAAD เห็นว่าความเชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนย้ายบุคลากรทางวิชาการของ DAAD สามารถเข้ามาเติมเต็มความร่วมมือด้านการวิจัยที่ บพค. มีกับหน่วยงานเยอรมนีอื่นอยู่แล้ว และช่วยเปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยเข้าถึงมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยชั้นนำของเยอรมนีได้กว้างขวางยิ่งขึ้น


จากการหารือ ทั้งสองฝ่ายเห็นถึงศักยภาพในการพัฒนา กลไกความร่วมมือด้าน Talent Mobility และ Researcher Exchange ระหว่างไทย–เยอรมนี โดยเฉพาะรูปแบบ Non-degree Research Mobility, Research Stay, Exchange และ Upskilling programme สำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่ นักวิจัยหลังปริญญาเอก อาจารย์ และบุคลากรจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันวิจัย เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรไทยได้เพิ่มพูนทักษะ ทำงานร่วมกับนักวิจัยและใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยของเยอรมนี รวมถึงศูนย์วิจัยที่มีชื่อเสียงระดับโลก อาทิ Max Planck Society, Fraunhofer และ DESY รวมถึงสร้างเครือข่ายความร่วมมือระยะยาวในสาขาเทคโนโลยีที่ทั้งสองประเทศมีความสนใจร่วมกัน อาทิ Electronics, Photonics, Clean and Green Energy และ Biotechnology
ทั้งนี้ บพค. และ DAAD จะเดินหน้าหารือรายละเอียดเพิ่มเติม โดย DAAD จะนำข้อเสนอเข้าสู่การพิจารณาร่วมกับสำนักงานใหญ่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมแลกเปลี่ยนตัวอย่างกลไก Co-funded Scheme ที่ดำเนินการในประเทศอื่น ขณะที่ บพค. จะนำผลการหารือมาพัฒนาร่างแนวคิด PMU-B–DAAD Mobility Programme เพื่อพิจารณากลุ่มเป้าหมาย สาขาเทคโนโลยี รูปแบบการสนับสนุน และกลไกการร่วมลงทุนที่เหมาะสม อันเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือไทย–เยอรมนี ด้านการพัฒนากำลังคนวิจัยและเทคโนโลยีแห่งอนาคตให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
