

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. พร้อมด้วย ดร.จิตติ มังคละศิริ รองผู้อำนวยการ บพค. และเจ้าหน้าที่ บพค. ให้การต้อนรับ Mr. Frédéric Laurin, Senior Director of Partnerships จาก Mila – Quebec Artificial Intelligence Institute ประเทศแคนาดา และคุณนิจวรรณ ศรีวิบูลย์ Trade Commissioner สถานเอกอัครราชทูตแคนาดา เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและหารือแนวทางพัฒนาความร่วมมือด้านการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง การส่งเสริมงานวิจัยร่วม และการเชื่อมโยงนักวิจัยไทยเข้าสู่ระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำระดับโลก
โอกาสนี้ ดร.ณิรวัฒน์ฯ ได้นำเสนอภารกิจและบทบาทของ บพค. ในการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคต การพัฒนากำลังคนทักษะสูงให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ การพัฒนาและใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ ครอบคลุมกลุ่มเทคโนโลยีเป้าหมายที่สำคัญ ได้แก่ เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ เซนเซอร์ อิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีชีวภาพ พลังงานสะอาด วัสดุขั้นสูง และเทคโนโลยีขั้นแนวหน้าพร้อมทั้งนำเสนอกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศของ บพค. ใน 3 รูปแบบ คือ การแลกเปลี่ยนบุคลากรวิจัย (Talent Mobility) การวิจัยร่วม (Collaborative Research) และการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน ตลอดจนกลไกการร่วมลงทุน (Co-Investment) ทั้งนี้ บพค. ให้ความสำคัญกับการยกระดับขีดความสามารถของประเทศควบคู่กับการสร้างความร่วมมือกับสถาบันวิจัยชั้นนำ เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัยและบุคลากรไทยเข้าถึงองค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ เครือข่ายวิจัย และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีขั้นสูง และนำองค์ความรู้ดังกล่าวมาต่อยอดให้เหมาะสมกับบริบทและความต้องการของประเทศไทย


ด้าน Mr. Frédéric Laurin ได้นำเสนอภาพรวมการดำเนินงานของ Mila – Quebec Artificial Intelligence Institute ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ที่มีเครือข่ายนักวิจัยด้าน AI กว่า 1,500 คน จาก 72 ประเทศทั่วโลก โดยทำหน้าที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย นักวิจัย ภาคอุตสาหกรรม และบริษัทเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมทั้งงานวิจัยพื้นฐานและงานวิจัยประยุกต์ ตลอดจนสนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปสู่การสร้างนวัตกรรมและธุรกิจเทคโนโลยีใหม่ Mila มีความเชี่ยวชาญในการประยุกต์ใช้ AI ในหลากหลายสาขา โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพและสุขภาพ อาทิ การวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ การพัฒนาเครื่องมือสนับสนุนการวินิจฉัย และการประยุกต์ใช้ Generative AI เพื่อสนับสนุนการค้นหาโมเลกุลและสารออกฤทธิ์ใหม่ ตลอดจนการประยุกต์ใช้ AI เพื่อการค้นพบวัสดุ (AI-driven Material Discovery) โดยใช้แบบจำลองปัญญาประดิษฐ์สนับสนุนการออกแบบและค้นหาสารเคมี โครงสร้างผลึก และวัสดุชนิดใหม่ ซึ่งมีศักยภาพในการต่อยอดสู่การพัฒนาวัสดุขั้นสูงสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีแห่งอนาคต
จากการหารือ ทั้งสองฝ่ายเห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาความร่วมมือ โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในวิทยาศาสตร์ชีวภาพ และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการค้นพบวัสดุขั้นสูงและวัสดุสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ทั้งนี้ แนวทางความร่วมมือระยะแรกจะให้ความสำคัญในการส่งเสริม Talent Mobility และ Researcher Exchange เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยเข้าไปปฏิบัติงานวิจัยร่วมกับนักวิจัยของ Mila พร้อมกลไกการถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง ก่อนต่อยอดสู่การพัฒนาโครงการวิจัยร่วมและกลไกการสนับสนุนทุนร่วม (Co-Funding) ที่เป็นรูปธรรมในอนาคต
การหารือครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเชื่อมโยงศักยภาพด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศไทยกับเครือข่ายนักวิจัยและระบบนิเวศด้าน AI ของรัฐควิเบก ประเทศแคนาดา พร้อมเปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยเข้าถึงองค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ และเครือข่ายวิจัยระดับนานาชาติ โดย บพค. และ Mila จะหารือเพื่อกำหนดประเด็นและรูปแบบความร่วมมือที่มีความชัดเจนยิ่งขึ้นในระยะต่อไป มุ่งยกระดับศักยภาพกำลังคนและนักวิจัยไทย เร่งการพัฒนางานวิจัยและเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า และต่อยอดความร่วมมือด้าน AI ระหว่างประเทศไทยกับรัฐควิเบก ประเทศแคนาดา ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
