


เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. พร้อมด้วย ดร.จิตติ มังคละศิริ รองผู้อำนวยการ บพค. และเจ้าหน้าที่ บพค. ให้การต้อนรับผู้แทนจาก Taiwan–Thailand Science and Technology Center (TTSTC) ได้แก่ 1) Prof. Fong-Chin Su, Executive Director of TTSTC, National Cheng Kung University (NCKU) (former Deputy Minister of Science and Technology, Taiwan) 2) Prof. Wen-Ling Deng, Counselor, Science and Technology Division, Taipei Economic and Cultural Office in Vietnam & Professor, Department of Plant Pathology, National Chung Hsing University, Taichung (NCHU) 3) Prof. Shyh-Hau Wang, Chair of the Department of Computer Science and Information Engineering, NCKU 4) Assoc. Prof. Yu-Sheng Lin, Department of Mechanical Engineering, Southern Taiwan University of Science and Technology 5) Ms. Hanyi Wang: Political Division, Taipei Economic and Cultural Office (TECO) พร้อมคณะฯ เพื่อร่วมประชุมหารือและแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยมุ่งเน้นการพัฒนากำลังคนทักษะสูง การส่งเสริมงานวิจัยร่วม และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในสาขาเทคโนโลยีเป้าหมาย ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ การแพทย์อัจฉริยะ และเทคโนโลยีชีวภาพ
โอกาสนี้ ดร.ณิรวัฒน์ฯ ได้กล่าวต้อนรับคณะผู้แทนจาก TTSTC พร้อมนำเสนอภารกิจและบทบาทของ บพค. ในการสนับสนุนการพัฒนากำลังคนทักษะสูง งานวิจัยขั้นแนวหน้า และเทคโนโลยีที่มีศักยภาพต่อการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พร้อมทั้งกล่าวถึงโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือทั้งในรูปแบบการวิจัยร่วม การแลกเปลี่ยนนักวิจัยและบุคลากร ตลอดจนการพัฒนากลไกสนับสนุนทุนร่วมในสาขาเป้าหมาย อาทิ ควอนตัม เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ การแพทย์อัจฉริยะ และเทคโนโลยีชีวภาพ โดยเฉพาะการส่งเสริมให้นักวิจัย ของไทยมีโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้ ห้องปฏิบัติการ และโครงสร้างพื้นฐานด้านเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง เพื่อเร่งพัฒนาทักษะและต่อยอดสู่ความร่วมมือด้านการวิจัยและอุตสาหกรรมในอนาคต ซึ่งแนวทางการทำงานดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบาย Science Diplomacy ของกระทรวง อว. เป็นอย่างดี



ด้าน Prof. Fong-Chin Su ได้นำเสนอภาพรวมศักยภาพและประสบการณ์ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยเน้นจุดแข็งที่สำคัญของในด้านเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมดิจิทัล การแพทย์อัจฉริยะ และการบูรณาการเทคโนโลยีชีวภาพกับ ICT ตลอดจนแนวทางพัฒนากำลังคนผ่านเครือข่ายมหาวิทยาลัย การแลกเปลี่ยนนักศึกษา นักวิจัย และรวมถึงโปรแกรมสนับสนุนการแลกเปลี่ยน การวิจัย และการพัฒนาบุคลากรจากไต้หวัน เช่น IIPP, TEEP และ Dragon Gate Program เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรไทยเข้าถึงห้องปฏิบัติการชั้นนำ ระบบนิเวศอุตสาหกรรม และองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัยของไต้หวัน อันจะนำไปสู่การพัฒนางานวิจัยร่วม การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการสร้างเครือข่ายความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต นอกจากนี้ ยังได้เสนอแนวทางความร่วมมือด้าน Smart Healthcare และ Age-tech ผ่านการประยุกต์ใช้ AI อุปกรณ์การแพทย์อัจฉริยะ ระบบติดตามผู้ป่วยทางไกล และเทคโนโลยีสำหรับรองรับสังคมสูงวัย ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพในการต่อยอดร่วมกัน
จากการหารือ ทั้งสองฝ่ายเห็นร่วมกันว่าควรต่อยอดความร่วมมือผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และภาคอุตสาหกรรม โดยหนึ่งในแนวทางความร่วมมือระยะแรกที่ให้ความสำคัญ คือ การพัฒนากำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์ ผ่านการแลกเปลี่ยนและเคลื่อนย้ายนักวิจัย และบุคลากร ตลอดจนการฝึกอบรมและการวิจัยระยะสั้น โดยอาจพิจารณาความเป็นไปได้ในการใช้กลไกสการนับสนุนของ บพค. ควบคู่กับโปรแกรมให้ทุนที่ฝ่ายไต้หวันมีอยู่แล้ว อาทิ IIPP, TEEP และ Dragon Gate Program เพื่อสนับสนุนการเดินทาง การฝึกอบรม และการปฏิบัติงานวิจัยในมหาวิทยาลัยหรือห้องปฏิบัติการของไต้หวัน พร้อมกำหนดกลุ่มเป้าหมาย รูปแบบกิจกรรม และแนวทางสนับสนุนทุนที่เหมาะสม ก่อนต่อยอดสู่การพัฒนาโครงการวิจัยร่วมและกลไก Co-Funding ที่เป็นรูปธรรมในอนาคต

การประชุมครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการยกระดับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยจะช่วยเปิดโอกาสให้นักวิจัย นักศึกษา และบุคลากรไทยเข้าถึงองค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ เครือข่ายวิจัย และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีขั้นสูงของไต้หวัน พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาโครงการวิจัยร่วมในสาขาสำคัญ ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ การแพทย์อัจฉริยะ และเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพนักวิจัยไทย ส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว