
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. มอบหมายให้ ดร.จิตติ มังคละศิริ รองผู้อำนวยการ บพค. เข้าร่วมและกล่าวเปิดโครงการอบรมเชิงวิชาการและปฏิบัติการ Satellite Gravimetry Summer School 2026 ภายใต้หัวข้อ “การประมวลผลและการประยุกต์ใช้ดาวเทียมแรงโน้มถ่วงในการบริหารจัดการน้ำและการติดตามภัยพิบัติ”
การอบรมนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 24 กรกฎาคม 2569 ณ ห้อง The Milton E. Bender Jr. Auditorium สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย จังหวัดปทุมธานี โดยมีนักศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา นักวิจัย นักวิชาการ และบุคลากรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 120 คน
โอกาสนี้ ดร.จิตติ มังคละศิริ กล่าวเปิดโครงการฯ และได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศ และข้อมูลจากดาวเทียมในการติดตามและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ตลอดจนการเตรียมพร้อมและรับมือกับภัยพิบัติ โดยเฉพาะข้อมูลจากภารกิจดาวเทียม GRACE และ GRACE Follow-On (GRACE-FO) ซึ่งเมื่อนำมาบูรณาการกับข้อมูลดาวเทียมสำรวจโลกประเภทอื่น ข้อมูลภาคพื้นดิน แบบจำลองทางอุทกวิทยา และเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์สถานการณ์ และสนับสนุนการวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การประเมินความเสี่ยง และการตัดสินใจเชิงนโยบายบนพื้นฐานของข้อมูลเชิงประจักษ์ได้อย่างแม่นยำและทันต่อสถานการณ์มากยิ่งขึ้น

โครงการอบรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับหลักการของดาวเทียมตรวจวัดแรงโน้มถ่วง พร้อมทั้งเสริมสร้างทักษะด้านการประมวลผล การวิเคราะห์ และการแปลผลข้อมูล เพื่อประยุกต์ใช้ในงานด้านอุทกวิทยา การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ
ภายในงานประกอบด้วยการบรรยายเชิงวิชาการ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนกิจกรรมฝึกปฏิบัติโดยใช้ข้อมูลจริง ครอบคลุมประเด็นการใช้ดาวเทียมแรงโน้มถ่วงในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การใช้ดาวเทียมแรงโน้มถ่วงในการติดตามและประเมินภัยพิบัติ
การอบรมนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย (ADPC) ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้ฝึกปฏิบัติตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การเข้าถึงและเตรียมข้อมูล การประมวลผลการวิเคราะห์และแปลผล ไปจนถึงการนำข้อมูลไปประยุกต์ใช้ในการวิจัยและการปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยยกระดับความรู้ความเข้าใจและเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรไทยในการใช้ประโยชน์จากข้อมูลดาวเทียมแรงโน้มถ่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกเหนือจากการพัฒนาทักษะด้านการใช้ข้อมูลดาวเทียมแรงโน้มถ่วงแล้ว การอบรมนี้ยังเป็นเวทีสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิจัย นักวิชาการ บุคลากรภาครัฐ สถาบันการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ ระบบข้อมูล และแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และภัยพิบัติอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
โครงการอบรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัย “การพัฒนาระบบข้อมูลดาวเทียมแรงโน้มถ่วงเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและภัยพิบัติอย่างยั่งยืนในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ภายใต้แผนงาน F11 (S3P19) พัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าล้ำยุคสู่อนาคต รวมถึงเทคโนโลยีระบบโลกและอวกาศ (Earth Space Technology) เพื่อการประยุกต์ใช้ประโยชน์สำหรับการพัฒนาประเทศด้านภูมิสารสนเทศ และต่อยอดสู่อุตสาหกรรมอวกาศในอนาคต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก บพค. โดยมี ผศ. ดร.ณัทเชษฐ์ ตั้งดำรงทรัพย์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย เป็นหัวหน้าโครงการ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการใช้ข้อมูลดาวเทียม GRACE และ GRACE-FO สำหรับศึกษาการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรน้ำ สภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และกระบวนการทางธรณีฟิสิกส์ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเสริมสร้างศักยภาพของนักวิจัยและบุคลากรไทยผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการ
การเข้าร่วมและสนับสนุนโครงการอบรมในครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ บพค. ที่วางเป้าหมายในการส่งเสริมงานวิจัยขั้นแนวหน้าและการพัฒนาเทคโนโลยีระบบโลกและอวกาศ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างองค์ความรู้ใหม่ การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง และการต่อยอดผลการวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศในการประยุกต์ใช้ข้อมูลดาวเทียมและเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศสำหรับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความเสี่ยงจากภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
