
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. พร้อมด้วย ดร.จิตติ มังคละศิริ รองผู้อำนวยการ บพค.เข้าร่วมการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ GYA Annual Meeting 2026 ณ เมือง เบรเมน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
งานประชุมดังกล่าวเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ผู้นำทางวิชาการ และเครือข่ายวิจัยจากหลากหลายประเทศทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางอนาคตของวิทยาศาสตร์ การวิจัย และความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยในปีนี้จัดงานภายใต้การนำของ Francesco Maurelli & Siok Yee Chan, Co-Chair of GYA Executive Committee ในหัวข้อ “Machine Intelligence for Society and for all Sciences”. พร้อมกับการรับฟังคำปราศรัยเพื่อสร้างแรงบันดาลใจจากบุคคลระดับโลก อาทิ Robbert Dijkgraaf, President elect of the International Science Council (ISC), Marcelo Knobel, Executive Director of The World Academy of Sciences (TWAS), Bettina Rockenbach, President of the German National Academy of Sciences Leopoldina.
การเข้าร่วมงานดังกล่าวนับเป็นโอกาสสำคัญที่ บพค. ได้เรียนรู้แนวทางการขับเคลื่อนและสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับนักวิจัยรุ่นใหม่ในระดับนานาชาติ ผ่านบทบาทของ GYA ซึ่งเป็นเครือข่ายที่รวบรวมนักวิจัยรุ่นใหม่ศักยภาพสูงจากหลากหลายประเทศ โดยสมาชิกจำนวนมากเป็นผู้นำห้องปฏิบัติการ นักวิจัยระดับแนวหน้า และกำลังเติบโตสู่การเป็นผู้นำทางวิชาการของโลกในอนาคต เครือข่ายดังกล่าวจึงไม่ใช่เพียงพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงนักวิจัยรุ่นใหม่เข้ากับบุคลากร ห้องปฏิบัติการ เครื่องมือวิจัย สถาบันชั้นนำ และโอกาสในการพัฒนาโครงการร่วมในระดับโลก

สำหรับเนื้อหาสำคัญจากเวที GYA Annual Meeting 2026 สะท้อนทิศทางใหม่ของระบบวิจัยโลกที่มุ่งสู่ความร่วมมือที่เปิดกว้าง เท่าเทียม และรับผิดชอบต่อสังคม วิทยากรจากหลายประเทศเน้นย้ำว่า งานวิจัยควรเป็นองค์ความรู้ที่เข้าถึงได้ และใช้แก้ไขความท้าทายร่วมของโลก ผ่านระบบพหุภาคี การทูตเชิงวิทยาศาสตร์ และการทำงานร่วมกันระหว่างนักวิทยาศาสตร์กับผู้กำหนดนโยบาย ขณะเดียวกัน ยังชี้ให้เห็นความจำเป็นในการเปลี่ยนจากการสร้างขีดความสามารถแบบเดิม ไปสู่การแบ่งปันขีดความสามารถอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะกับประเทศในกลุ่ม Global South รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานวิจัยอย่างเป็นธรรม ตลอดจนการกำกับดูแล AI ให้โปร่งใส รับผิดชอบ และไม่เพิ่มความเหลื่อมล้ำ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นร่วมกันว่า AI กำลังเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของการวิจัย แต่มนุษย์ยังคงมีบทบาทสำคัญ โดยนักวิจัยรุ่นใหม่จำเป็นต้องมีทักษะผสมผสาน ทั้งความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ความเข้าใจด้าน AI จริยธรรม และวิจารณญาณในการตรวจสอบองค์ความรู้ เพื่อทำงานร่วมกับเทคโนโลยีและเครือข่ายนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพและรับผิดชอบต่อสังคมโลก
โอกาสนี้ บพค. หารือกับผู้แทนเครือข่าย GYA ถึงแนวทางการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนบุคลากรและการพัฒนาศักยภาพนักวิจัยไทย โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยได้ไปปฏิบัติงานวิจัยในห้องปฏิบัติการของสมาชิก GYA ในประเทศต่าง ๆ ในสาขาวิจัยขั้นแนวหน้า เช่น เซมิคอนดักเตอร์ โฟโตนิกส์ ความมั่นคงทาง AI และวิศวกรรมชีววิทยา/ชีววิทยาสังเคราะห์ เพื่อเตรียมกำลังคนสมรรถนะสูงรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศ ทั้งนี้ ผู้แทน GYA ได้เสนอว่าการแลกเปลี่ยนบุคลากรควรถูกออกแบบให้เป็นกระบวนการพัฒนานักวิจัยอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมด้านวัฒนธรรมการวิจัย การวางแผนเส้นทางอาชีพ ไปจนถึงการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในสภาพแวดล้อมวิจัยระดับนานาชาติ

นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงแนวทางการเชื่อมโยงนักวิจัยไทยกับเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญของ GYA เพื่อร่วมพัฒนาโครงการวิจัยกับพันธมิตรต่างประเทศ และต่อยอดสู่กลไกทุนวิจัยร่วมในอนาคต เช่น ความร่วมมือกับเครือข่ายยุโรปและหน่วยงานสนับสนุนทุนของเยอรมนี ซึ่งจะช่วยให้นักวิจัยไทยสามารถเข้าถึงพันธมิตรวิจัยระดับโลก และยกระดับบทบาทของประเทศไทยในระบบวิจัยนานาชาติได้มากยิ่งขึ้น
การเข้าร่วมเวที GYA Annual Meeting 2026 ในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ บพค. จะนำแนวคิดการทำงานจากเวทีระดับนานาชาติ มาต่อยอดสู่การพัฒนาระบบวิจัยของประเทศไทย ผ่านการผลักดันและการสร้างความร่วมมือระยะยาว ที่เชื่อมโยงนักวิจัยไทยเข้ากับห้องปฏิบัติการ สถาบันวิจัย และเครือข่ายทุนระดับโลก เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยในต่างประเทศ พัฒนาศักยภาพผ่านกลไกการพัฒนานักวิจัยอย่างเป็นระบบ และต่อยอดสู่การร่วมลงทุนด้านการวิจัยกับเครือข่ายต่างประเทศ อันจะนำไปสู่การยกระดับกำลังคนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศให้พร้อมรองรับอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต
