บพค. จัดการประชุมทวิภาคีไทย-ญี่ปุ่น นำโดยรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อว. และ รมว.การศึกษา วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีญี่ปุ่น (MEXT) ร่วมหารือสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่ เชื่อมกลไกทุนวิจัยรองรับการพัฒนากำลังคนและการสร้างเทคโนโลยีแห่งอนาคต

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. พร้อมด้วย ดร.จิตติ มังคละศิริ รองผู้อำนวยการ บพค. ได้จัดการประชุมหารือระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงการศึกษา วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งญี่ปุ่น (MEXT) ในวงการประชุม Science and Technology in Society forum 2026 ณ Kyoto International Conference Center เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี อว. พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. และผู้บริหารจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ร่วมหารือกับ นายเซกิ โยชิฮิโระ รมว. MEXT ประเทศญี่ปุ่น พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จาก MEXT โดยการหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่นด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย เทคโนโลยี และการพัฒนากำลังคน ต่อยอดความร่วมมือในระดับโครงการไปสู่ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในระยะยาว พร้อมกำหนดทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคต และเชื่อมโยงนโยบายไปสู่การดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ญี่ปุ่นมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาฐานอุตสาหกรรมของไทยมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งมีส่วนผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตยานยนต์สำคัญของภูมิภาค หรือ “Detroit of Asia” สำหรับความร่วมมือในระยะต่อไป ไทยและญี่ปุ่นจะร่วมกันค้นหา “เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่” (New Engine of Growth) โดยพุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ Space Economy เทคโนโลยีควอนตัม Physical AI หุ่นยนต์ Humanoid เทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูง หรือเศรษฐกิจไฮโดรเจน เพื่อสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีของประเทศ
ขณะเดียวกัน ศ.ดร.ยศชนัน ยังได้กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่จะต้องดำเนินการควบคู่ทั้งด้านกำลังคนและโครงสร้างพื้นฐานการวิจัย โดยประเทศไทยได้เดินหน้าโครงการ “Skill Bridge” เพื่อสำรวจความต้องการด้านทักษะและยกระดับทักษะแรงงานในภาคอุตสาหกรรมให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ส่วนด้านโครงสร้างพื้นฐานการวิจัย ไทยอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนเครื่องใหม่ ภายใต้ความร่วมมือกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) และทีมนักวิจัยญี่ปุ่น พร้อมทั้งหารือถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานวิจัยขั้นสูงอื่น ๆ ร่วมกัน เพื่อรองรับการวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต

ด้าน นายเซกิ โยชิฮิโระ รมว. MEXT ประเทศญี่ปุ่น ได้เน้นย้ำว่า ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่นในมิติด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มีการแลกเปลี่ยนและดำเนินงานวิจัยร่วมกับญี่ปุ่นอย่างเข้มแข็งที่สุดในภูมิภาคอาเซียน สะท้อนให้เห็นถึงฐานความร่วมมือด้านการวิจัยที่ทั้งสองประเทศได้พัฒนาร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการขยายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมให้ขยายออกไปมากยิ่งขึ้น
สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางการบูรณาการระหว่างหน่วยงานให้ทุนวิจัยของไทยและญี่ปุ่น เพื่อร่วมสนับสนุนและพัฒนาโครงการวิจัยใหม่ในสาขาที่ทั้งสองประเทศมีศักยภาพและความสนใจร่วมกัน พร้อมต่อยอดจากฐานความร่วมมือที่มีอยู่ให้เชื่อมโยงทั้งการวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยี การพัฒนากำลังคน และโครงสร้างพื้นฐานวิจัยขั้นสูง โดยในปัจจุบัน บพค. และ Japan Science and Technology Agency (JST) มีความร่วมมือด้านการให้ทุนวิจัยร่วมระหว่างไทย–ญี่ปุ่นที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเปิดโอกาสให้นักวิจัยของทั้งสองประเทศได้พัฒนาโจทย์วิจัย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และดำเนินโครงการวิจัยร่วมกัน จากฐานความร่วมมือดังกล่าวจึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่สามารถนำไปต่อยอดให้เกิดโครงการวิจัยและการพัฒนากำลังคนที่ตอบโจทย์เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

การหารือครั้งนี้สะท้อนถึงทั้งความเข้มแข็งของความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่างไทย–ญี่ปุ่น และโอกาสในการต่อยอดจากฐานอุตสาหกรรมที่ทั้งสองประเทศร่วมกันพัฒนามาอย่างยาวนาน ไปสู่โอกาสใหม่จากเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต สำหรับ บพค. กลไกการสนับสนุนทุนวิจัยและเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานให้ทุนของญี่ปุ่นที่มีอยู่ จะเป็นฐานสำคัญในการนำประเด็นจากการหารือไปต่อยอดสู่ความร่วมมือด้านการวิจัยและการพัฒนากำลังคนที่เป็นรูปธรรมต่อไป

หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต
Program Management Unit for Frontier Brainpower and Future Industries

319 อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน
เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
02-109-5432 ต่อ 845
[email protected]

ช่องทางการติดต่อสารบรรณของหน่วยงาน :
[email protected]

      ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่