
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยการนำของ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อติดตามความก้าวหน้าการนำวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์จริงในระดับพื้นที่ ครอบคลุมการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน การสร้างโอกาสให้กลุ่มเปราะบาง การลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงนวัตกรรม และการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ขั้นสูงให้ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
ในการนี้ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. พร้อมด้วย นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. และคณะผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงาน ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) จังหวัดนครราชสีมา โดยมี ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ บพค. เข้าร่วมกิจกรรม
กิจกรรมช่วงเช้า ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. พร้อมคณะฯ ได้ติดตามและถ่ายทอดนวัตกรรมอาหารเสริมเพื่อเลี้ยงไก่ไข่ EyeQ+ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 และองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เพื่อนำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีชีวภาพและสารสกัดธรรมชาติจากยีสต์ Rhodotorula paludigena CM33 มาประยุกต์ใช้ในการผลิตอาหารเสริมสำหรับไก่ไข่ ช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการของไข่ไก่ ต่อยอดสู่แนวคิดอาหารเชิงหน้าที่ และใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน

ในวันเดียวกัน ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นประธานเปิดศูนย์บริการนวัตกรรมสำหรับคนพิการ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง พร้อมมอบนโยบาย “Thailand Inclusive Framework: วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสังคมไทยที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” โดยเน้นการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำ กระจายโอกาสในการเข้าถึงนวัตกรรมสู่ภูมิภาค และสนับสนุนให้คนพิการสามารถพัฒนาศักยภาพ ดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี และมีส่วนร่วมในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม
ศูนย์บริการนวัตกรรมสำหรับคนพิการแห่งนี้จะทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงการวิจัยและการให้บริการแบบไร้รอยต่อระหว่างกระทรวง อว. กระทรวง พม. หน่วยงานด้านสาธารณสุข หน่วยงานด้านแรงงาน สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และองค์กรคนพิการ โดยมุ่งพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมและบริการที่เข้าถึงได้จริง อาทิ เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก อุปกรณ์ช่วยเหลือคนพิการ การออกแบบเพื่อทุกคน หรือ Universal Design ตลอดจนการพัฒนาหลักสูตรอาชีพแห่งอนาคตสำหรับคนพิการ เช่น ผู้ช่วยดิจิทัล นักทดสอบระบบเพื่อการเข้าถึง และอาชีพด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่
นอกจากนี้ คณะผู้บริหารยังได้เยี่ยมชมผลงานนวัตกรรมสำหรับช่วยเหลือคนพิการ อาทิ เครื่องช่วยสอนพิมพ์อักษรเบรลล์ การจัดสิ่งอำนวยความสะดวกตามแนวคิด Universal Design ผู้ช่วยดิจิทัลและนักทดสอบระบบเพื่อการเข้าถึง รวมถึงนวัตกรรมด้านเกษตรแม่นยำและการเพาะเลี้ยงพืชมูลค่าสูง ซึ่งสะท้อนแนวทางการพัฒนานวัตกรรมที่มุ่งให้ทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสในการเรียนรู้ การทำงาน และการใช้ชีวิตได้อย่างเท่าเทียม

จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พร้อมคณะผู้บริหาร เดินทางไปยังสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) (สซ.) จังหวัดนครราชสีมา เพื่อส่งมอบนวัตกรรมเครื่องกรองฝุ่น PM2.5 แบบ C-R Box จำนวน 10 เครื่อง ซึ่งพัฒนาโดยวิศวกรของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ให้แก่กระทรวง พม. เพื่อนำไปกระจายสู่พื้นที่เป้าหมายในการดูแลสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เครื่องกรองฝุ่นต้นแบบดังกล่าวสามารถดักจับฝุ่น PM2.5 ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 และ PM10 ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 อีกทั้งออกแบบให้ผลิตได้ง่าย ใช้วัสดุที่หาได้ทั่วไป ช่วยให้หน่วยงานและชุมชนสามารถนำต้นแบบไปต่อยอดเพื่อรับมือปัญหามลพิษทางอากาศได้อย่างยั่งยืน
โอกาสนี้ ศ.ดร.ยศชนันฯ นำคณะผู้บริหารตรวจเยี่ยมสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน เพื่อติดตามความก้าวหน้าของโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ขั้นสูงของประเทศ โดยได้เยี่ยมชมเทคโนโลยีระบบแม่เหล็ก ระบบสุญญากาศ และระบบเครื่องเร่งอนุภาค รวมถึงผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ได้จริง เช่น การทดสอบชิ้นส่วนดาวเทียม รถขุดควบคุมระยะไกลอัตโนมัติสำหรับภารกิจกวาดล้างทุ่นระเบิด อุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับพื้นที่เสี่ยง และเทคโนโลยีเอกซเรย์สามมิติเพื่อสร้างแผนที่การเชื่อมต่อของสมองมนุษย์ภายใต้โครงการ SYNAPSE ซึ่งสนับสนุนการวิจัยด้านประสาทวิทยาและการรักษาโรคสำคัญในอนาคต
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนยังได้นำเสนอผลงานด้านเซนเซอร์ขั้นสูง การวิเคราะห์สารปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีวัสดุคาร์บอนขั้นสูง กราฟีน และเครื่องเคลือบฟิล์มคาร์บอนเสมือนเพชร ซึ่งเป็นฐานเทคโนโลยีสำคัญต่อการยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ทั้งด้านการแพทย์ พลังงาน สิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมวัสดุ และการสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน

ต่อมาในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พร้อมด้วย นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายวัชรพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เยี่ยมชมและติดตามการดำเนินงาน ณ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ให้การต้อนรับ พร้อมรับฟังรายงานภาพรวมการดำเนินงานจากนายศรัญญู พูลลาภ อธิบดีกรมหม่อนไหม เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากความร่วมมือระหว่างกรมหม่อนไหมและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน มาใช้ยกระดับอาชีพหม่อนไหมวิถีใหม่ สู่การเพิ่มผลิตภาพ ลดภาระแรงงาน และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรในพื้นที่
ศ.ดร.ยศชนันฯ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนการทำงานบูรณาการของ 3 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวง อว. และกระทรวง พม. โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับการผลิตหม่อนไหมอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ให้เทคโนโลยีสามารถตอบโจทย์ชีวิตจริงของเกษตรกรได้อย่างเหมาะสมกับรายบุคคลและบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะในสังคมผู้สูงอายุที่เทคโนโลยีต้องช่วยลดระยะเวลา ลดภาระแรงงาน และเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกัน กระทรวง พม. จะร่วมดูแลมิติด้านสวัสดิการให้ตรงจุด เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีเดินควบคู่กับการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างรอบด้าน

จากนั้น คณะฯ ได้เยี่ยมชมโรงเลี้ยงไหม ระบบห้องเย็น กระบวนการผลิตและตรวจมาตรฐานไข่ไหม รวมถึงนิทรรศการยกระดับการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม อาทิ การผลิตไข่ไหมปลอดโรค โรงเรือนควบคุมอัตโนมัติ เครื่องสาวไหม เครื่องตีเกลียว การฟอกย้อม การออกแบบลวดลาย และการรับรองมาตรฐานผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน ซึ่งสะท้อนศักยภาพของเครือข่ายมหาวิทยาลัยในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การออกแบบ และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของชุมชนและผู้ประกอบการหม่อนไหมในภูมิภาค
ในมุมของ บพค. การร่วมลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนบทบาทของหน่วยบริหารจัดการทุนในการเชื่อมโยง ววน. กับโจทย์การพัฒนาพื้นที่ โดย บพค. พร้อมทำงานร่วมกับเครือข่ายอย่างเข้มแข็ง เพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต การสร้างกำลังคนสมรรถนะสูง และการผลักดันผลงานวิจัยให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
