บพค. จัดเวที “Frontiers Forum นักวิจัยพูด บพค. ฟัง” ครั้งที่ 1 ด้าน Quantum Technology เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองการวิจัยร่วมกับภาคีเครือข่าย ดันยุทธศาสตร์ควอนตัมประเทศไทย รับทิศทางการขับเคลื่อนเทรนด์โลกสู่ยุคควอนตัม

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเวที “Frontiers Forum นักวิจัยพูด บพค. ฟัง” ครั้งที่ 1 ด้านเทคโนโลยีควอนตัม (Quantum Technology) เพื่อเป็นเวทีของการระดมสมองและแลกเปลี่ยนแนวคิดระหว่างนักวิจัยและผู้ทรงคุณวุฒิ ขับเคลื่อนประเด็นการสนับสนุนงานวิจัยและเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า ตลอดจนเป็นโจทย์สำคัญต่อการกำหนดแนวทางการส่งเสริมของ บพค. โดยมีคณะอนุกรรมการประจำหน่วย ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร บพค. อาจารย์และนักวิจัยจากหลากหลายสถาบัน ผู้แทนภาคเอกชน/อุตสาหกรรม พร้อมด้วยพนักงาน บพค. เข้าร่วมกว่า 70 คน ณ ห้องประชุมแมนดาริน ซี ชั้น 2 โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพฯ (สามย่าน)
ภายในงานฯ ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ปฏิบัติหน้าที่ประธานอนุกรรมการประจำหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต และประธานคณะทำงานด้านการพัฒนางานวิจัยขั้นแนวหน้าและเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยระบุว่า ในปี พ.ศ. 2569 นี้ เทคโนโลยีควอนตัมได้ก้าวข้ามจากการเป็นเพียงงานวิจัยในห้องปฏิบัติการสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางยุทธศาสตร์ (Strategic Infrastructure) ที่สำคัญต่ออธิปไตยทางเทคโนโลยีและขีดความสามารถในการแข่งขันของชาติ นอกจากเวทีในวันนี้จะเป็นการรับฟังความเห็นแล้ว ยังถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมโยงพลังความรู้เพื่อกำหนดประเด็นการลงทุนวิจัยที่สำคัญและตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง

โอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.รัฐชาติ มงคลนาวิน ได้กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Quantum Technology: From Frontier Research to National Competitiveness จากงานวิจัยขั้นแนวหน้าสู่ขีดความสามารถการแข่งขันของชาติ” และชี้ให้เห็นถึงแนวทางการยกระดับงานวิจัยด้านควอนตัมเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยระบุว่าโลกกำลังเข้าสู่การปฏิวัติควอนตัมครั้งที่สองที่เน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเชิงลึก ทั้งด้านการประมวลผล (Quantum Computing) การสื่อสาร (Quantum Communication) เซนเซอร์ (Quantum Sensing) และวัสดุควอนตัม ประเทศไทยจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการสร้างความรู้ความเข้าใจ (Quantum Literacy) และผลิตกำลังคนแบบบูรณาการที่ครอบคลุมตั้งแต่นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร ไปจนถึงผู้กำหนดนโยบาย เพื่อรองรับการเติบโตและแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากร นอกจากนี้ ท่ามกลางการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ ไทยต้องเร่งกำหนดยุทธศาสตร์ชาติที่ชัดเจน ผนึกกำลังร่วมกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษา ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อหลีกเลี่ยงการทำงานที่ซ้ำซ้อนหรือต่างคนต่างทำ พร้อมทั้งผลักดันการจัดตั้งศูนย์วิจัยระดับชาติ ส่งเสริมการพัฒนาซอฟต์แวร์ อัลกอริทึม และสนับสนุนสตาร์ทอัพด้านควอนตัม เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติและสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีของประเทศอย่างยั่งยืน
ด้าน ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. ได้ให้ความเห็นต่อเวทีระดมความเห็นว่า การขับเคลื่อนงานวิจัยมุ่งเน้นการปรับปรุงแผนที่นำทาง (Roadmap) ด้านเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างควอนตัม เพื่อประเมินศักยภาพและกำหนดเป้าหมายของประเทศในอีก 10-15 ปีข้างหน้า ควบคู่ไปกับการยกระดับและส่งเสริมการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน (Infrastructure Sharing) เพื่อให้สามารถต่อยอดงานวิจัยเชิงลึกไปสู่การใช้งานจริง นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติเพื่อดึงดูดทั้งแหล่งทุนและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนการผลักดันมาตรฐานเทคโนโลยีระดับสากลอย่างยั่งยืน

ภายในงานได้จัดกิจกรรมไฮไลต์อย่าง “Quantum Table Talks” ที่เปิดเวทีระดมข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ของเทคโนโลยีควอนตัมประเทศไทยใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1) นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนา
2) การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงและระบบนิเวศนักวิจัยรุ่นใหม่
3) การเร่งรัดโครงสร้างพื้นฐานและงานวิจัยขั้นแนวหน้า
4) การสร้างเครือข่ายความร่วมมือและโจทย์วิจัยเพื่อการใช้ประโยชน์จริงในเชิงเศรษฐกิจ
จากเวทีระดมความเห็นได้ให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายว่า ประเทศไทยมีบุคลากรและศักยภาพด้านควอนตัมอยู่แล้ว แต่ยังขาดเป้าหมายระดับชาติที่ชัดเจน เนื่องจากระบบ ววน. ที่ผ่านมายังมุ่งเน้นตัวชี้วัดเชิงผลผลิตเป็นหลัก คณะนักวิจัยจึงเสนอให้ บพค. กำหนด National Objective ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีควอนตัมเข้ากับการสร้างมูลค่าต่ออุตสาหกรรม เศรษฐกิจ ความมั่นคง และกำลังคน ภายใต้กรอบวิจัยหลัก 3 แกน ได้แก่ Simulation & Algorithm, Metrology & Sensing และ Communication/Cybersecurity/PQC
สำหรับทิศทางการขับเคลื่อนเน้นการพัฒนาทั้ง 3 เสาหลักไปพร้อมการพัฒนากำลังคนแบบ Skill-based Workforce ที่ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมจริง การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเพื่อรักษาบุคลากรศักยภาพสูงไว้ในประเทศ และการสร้างผลงานวิจัยและเทคโนโลยีที่ใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งนี้ การสนับสนุนต้องมีความต่อเนื่อง (Long-term Funding) มากกว่าการให้ทุนแบบปีต่อปี เนื่องจากความเชี่ยวชาญด้านควอนตัม ต้องอาศัยการสะสมองค์ความรู้ต่อเนื่องกว่า 10 ปี และเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการรักษาความร่วมมือกับห้องปฏิบัติการระดับโลก

ในเชิงโครงสร้าง วงเสวนาได้เสนอให้พัฒนาระบบนิเวศแบบเครือข่าย (Node-based Ecosystem) ที่แต่ละสถาบันมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ควบคู่กับการรวมตัวในรูปแบบ Consortium และการพัฒนา Sandbox เพื่อดึงภาคเอกชนเข้าร่วมลงทุนในด้านที่มี Market Demand ชัดเจนและเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้เร็ว เช่น QT Algorithm, Drug Discovery, Material Science และ Cybersecurity/PQC พร้อมออกแบบระบบประเมินและบริหารทุนที่เน้น Long-term Impact และใช้ผู้ทรงคุณวุฒิที่เข้าใจเทคโนโลยีอย่างแท้จริง
บพค. ย้ำเป็นบทบาทสำคัญในการเป็นผู้กำหนดโจทย์ เชื่อมโยงระบบ และเร่งให้เกิดผลลัพธ์ ผ่านกลไกการสนับสนุนทั้งด้านงานวิจัย ความร่วมมือระดับโลก และการพัฒนากำลังคน โดยเวทีได้ชี้แนะว่า ควรประกาศโจทย์วิจัยให้เฉพาะเจาะจงมากขึ้นเพื่อให้นักวิจัยเห็นขอบเขตที่ชัดเจนและสามารถส่งมอบผลงานที่ทำให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของเทคโนโลยีควอนตัม จนนำไปสู่การร่วมลงทุนจากภาคเอกชน เพื่อเพิ่มสัดส่วนการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาของประเทศให้บรรลุตามเป้าหมายของประเทศไทยตั้งไว้อีกด้วย

หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต
Program Management Unit for Frontier Brainpower and Future Industries

319 อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน
เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
02-109-5432 ต่อ 845
[email protected]

ช่องทางการติดต่อสารบรรณของหน่วยงาน :
[email protected]

      ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่