
หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย ผศ.ดร.ชินวุธ พิพัฒน์ภานุกูล รองผู้อำนวยการ บพค. พร้อมด้วยนักวิเคราะห์ ได้รับมอบหมายจาก ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและติดตามความก้าวหน้าการพัฒนากำลังคนด้านระบบขนส่งทางราง ร่วมกับศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านระบบขนส่งทางราง (Thailand Railway Research Network, TRRN) ซึ่งดำเนินงานภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ณ จังหวัดนครราชสีมาและขอนแก่น ระหว่างวันที่ 28-29 พฤษภาคม 2569
การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนภารกิจหลักของ บพค. เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Technology) และการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง (Frontier Brainpower) ตามเป้าหมายของประเทศ ทั้งผู้ที่ “สร้าง” เทคโนโลยี — วิศวกร นักวิจัย และช่างเทคนิคทักษะสูง และผู้ที่ “บริหารจัดการ” ระบบ เมือง และอุตสาหกรรมแห่งอนาคตให้เดินได้จริง โดยมองว่าระบบขนส่งทางรางเป็นหนึ่งในสนามจริงที่มีศักยภาพสูงในการบ่มเพาะคนทั้งสองกลุ่ม โดยมี ผศ.ดร.พรศักดิ์ ศรีสังสิทธิสันติ หัวหน้าศูนย์ฯ นำคณะนักวิจัยและคณะ บพค. ร่วมศึกษาดูงานใน 4 สถาบัน ดังนี้

💻 (1) Digital Twin: พื้นที่ฝึกคนในโลกเสมือน เพื่อการบริหารระบบรางอัจฉริยะ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
คณะได้เยี่ยมชมสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มทส. และติดตามโครงการ Digital Twin Railway Laboratory ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นแนวหน้าที่สร้างพื้นที่วิจัยและทดลองอย่างปลอดภัยโดยไม่กระทบการเดินรถจริง ผ่านการบูรณาการระบบกายภาพกับโลกเสมือนด้วยข้อมูล Real-time เพื่อมอนิเตอร์และวิเคราะห์พฤติกรรมของระบบราง เช่น การทำนายความเสียหายล่วงหน้าเพื่อวางแผนซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) — เครื่องมือสำคัญในการฝึกบุคลากรให้วิเคราะห์และตัดสินใจบนข้อมูลจริง
💡 ผศ.ดร.ชินวุธฯ ได้แลกเปลี่ยนเชิงเทคนิคถึงแนวคิด “Twin Lab” การแชร์โครงสร้างพื้นฐานร่วมกันในเครือข่ายมหาวิทยาลัย โดยดึงข้อมูลจากรถไฟจริงมาประมวลผลบน Dashboard กลางเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการจำลองสถานการณ์ นอกจากนี้ มทส. ยังนำเสนอโมเดลทดสอบแบบ Scale-down (1:4 หรือ 1:12) หรือ Miniature Railway Lab ที่ลงทุนคุ้มค่า (Low cost, High return) ช่วยให้ผู้เรียนและนักวิจัยวัดพารามิเตอร์ทางวิศวกรรมที่จำเป็นได้แม่นยำในราคาที่เข้าถึงได้
⚙️ (2) ยุทธศาสตร์ “บัณฑิตนักปฏิบัติ” กลไกผลิตกำลังคนของ มทร.อีสาน (ศูนย์การศึกษาหนองระเวียง)
ที่ มทร.อีสาน ศูนย์การศึกษาหนองระเวียง คณะได้หารือยุทธศาสตร์การพัฒนากำลังคนเฉพาะทาง ซึ่ง มทร.อีสาน วางรากฐานการสร้าง “บัณฑิตนักปฏิบัติ” ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 และจัดตั้งคณะระบบรางและการขนส่งเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ผลิตบุคลากรที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมโดยตรงทั้งด้านเครื่องกล ไฟฟ้า และโยธา พร้อมการรับรองมาตรฐานวิชาชีพ บพค. เล็งเห็นว่าโมเดลนี้โดดเด่นในการสร้างระบบนิเวศแรงงานขั้นสูงที่ต่างชาติเชื่อมั่น และมีการถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น (Successor) อันเป็นหัวใจของความยั่งยืนด้านกำลังคนในระยะยาว
🔍 คณะได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการเครื่องมือวิจัยขนาดใหญ่ ทั้งศูนย์ควบคุมการจราจรทางราง ระบบจำลองการเดินรถเสมือนจริง หัวรถจักรขนาด 1:1 และระบบผู้โดยสารรถไฟเขตเมือง พร้อมเชิญชวนอาจารย์นักวิจัยร่วมรับฟังแนวทางการเปิดรับข้อเสนอโครงการในแผนงานต่าง ๆ ประจำปีงบประมาณ 2570 ซึ่งกำหนดจัดในวันที่ 13 กรกฎาคม 2569

🚊 (3) ขอนแก่นโมเดล: เมื่อ “คนสร้าง” และ “คนบริหาร” มาบรรจบ — ต้นแบบ LRT ระดับ TRL-8 ณ มทร.อีสาน วิทยาเขตขอนแก่น
คณะได้ติดตามโครงการพัฒนาเมืองขอนแก่นด้วยระบบขนส่งอัจฉริยะ และเยี่ยมชมความสำเร็จของรถไฟฟ้ารางเบา (LRT) แทรมต้นแบบฝีมือคนไทย ซึ่งเป็นผลงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนทุนจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) สามารถพัฒนาเทคโนโลยีจาก TRL 5 สู่ TRL 8 และมุ่งสู่ TRL 9 เพื่อการใช้งานเชิงพาณิชย์ สะท้อนขีดความสามารถของวิศวกรไทยที่ออกแบบและผลิตชิ้นส่วนในประเทศกว่า 90% สร้าง Supply Chain ที่พึ่งพาตนเองได้
🛤️ โครงการนี้ทดสอบวิ่งบนรางจริงระยะทาง 450 เมตรในเขตมหาวิทยาลัย และร่วมกับเทศบาลนครขอนแก่นวางแผนนำรถไปวิ่งให้บริการรอบบึงแก่นนคร ระยะทาง 4 กิโลเมตร เป็นตัวอย่างชัดของ “ขอนแก่นโมเดล” ที่ผสานความร่วมมือ 5 ภาคส่วน (ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และสื่อ) ขับเคลื่อนเมืองด้วยนวัตกรรมขนส่งสาธารณะและการพัฒนาพื้นที่รอบสถานี (Transit-oriented Development, TOD) — บทเรียนสำคัญที่ยืนยันว่าเทคโนโลยีจะไปถึงประชาชนได้ต้องอาศัย “กำลังคนที่บริหารจัดการระบบทั้งเมืองเป็น” ควบคู่กับวิศวกรผู้สร้าง
🚅 (4) ปั้นวิศวกรรถไฟความเร็วสูงสู่มาตรฐานสากล ผ่านหลักสูตร Double Degree ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ปิดท้ายที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะได้เยี่ยมชมหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมรถไฟความเร็วสูง (High-Speed Rail Engineering) ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับ Southwest Jiaotong University (SWJTU) ประเทศจีน ใช้โมเดล “3.5+1” สำหรับปริญญาตรี และ “2+2” สำหรับบัณฑิตศึกษา เพื่อให้นักศึกษาได้รับปริญญา 2 ใบ (Double Degree) และฝึกในห้องปฏิบัติการระดับโลกที่จีน ซึ่งเชี่ยวชาญเฉพาะทางและมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับสากล พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ไทย ปัจจุบันดำเนินมาถึงรุ่นที่ 3 แล้ว

🎓 หลักสูตรร่วมสากลลักษณะนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการเตรียมความพร้อมทั้งด้านกำลังคนและองค์ความรู้ สร้างวิศวกรรุ่นใหม่ที่มีทักษะเฉพาะทางสูง (Specialized Skill) ก้าวสู่มาตรฐานโลก และเปิดโลกทัศน์ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีขั้นแนวหน้าในอุตสาหกรรมระบบรางระดับสากล
🌟 ภารกิจหลักของ บพค. คือการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงและส่งเสริมงานวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) เพื่อเตรียมประเทศไทยให้พร้อมก้าวสู่ “ผู้สร้างนวัตกรรม” (Technology Creator) จากเดิมที่เป็น “ผู้ซื้อเทคโนโลยี” สิ่งที่คณะได้เห็นตลอดสองวันยืนยันว่า — เครื่องจักรซื้อได้ แต่ขีดความสามารถของคนต้องสร้างเอง การเตรียมกำลังคนทั้งผู้สร้างและผู้บริหารระบบ จึงเป็นรากฐานที่ขาดไม่ได้ของอุตสาหกรรมและการบริหารแห่งอนาคต และระบบขนส่งทางรางคือหนึ่งในโอกาสที่ชัดเจนที่สุดในการลงทุนกับคนเหล่านี้ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงบนเทคโนโลยีที่พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
