
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน “โครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สำหรับการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ที่ใช้ระบบดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้า (Digital xEV)” ณ ห้องประชุม Nile 1 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA), มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา และภาคีเครือข่ายในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์และผลิตชิ้นส่วน เพื่อพัฒนากำลังคนทักษะสูงรองรับการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่ยุค Digital xEV และ Future Mobility
ดร.ณิรวัฒน์ฯ ได้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังก้าวผ่านจุดเปลี่ยนสำคัญจากยุคยานยนต์สันดาปภายในไปสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าที่ผสานการทำงานร่วมกับระบบอัจฉริยะ ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ชั้นนำของอาเซียน การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวจึงส่งผลให้ความต้องการกำลังคนด้านระบบดิจิทัล ระบบสมองกลฝังตัว (Embedded Systems) และปัญญาประดิษฐ์เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งทักษะเหล่านี้กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต (Future Mobility)

ทั้งนี้ ดร.ณิรวัฒน์ฯ ยังเน้นย้ำว่า “บพค. ให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะในสาขา Semiconductor, EV และ AI ภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์ ววน. ที่มุ่งสร้าง “งานใหม่ ทักษะสูง รายได้ดี” เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ โดยโครงการ Digital xEV เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญภายใต้แผนงานฯ ดังกล่าว ที่มุ่งเน้นการเตรียมกำลังคนสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต โดยอาศัยกลไกการเชื่อมโยงภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อเตรียมบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิตยานยนต์สมัยใหม่ มีเป้าหมายพัฒนาบุคลากรทักษะสูงจำนวน 250 คน ภายในระยะเวลา 7 เดือน ร่วมกับบริษัทพันธมิตรกว่า 42 บริษัท ซึ่งบุคลากรในโครงการจะได้รับการพัฒนาทักษะด้านระบบดิจิทัล ซอฟต์แวร์ ระบบอัตโนมัติ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และ AI เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทยสู่เทคโนโลยีขั้นสูง”
ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก คุณถาวร ชลัษเฐียร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานสถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์สภาอุตสาหกรรม (HCBI) ร่วมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ทักษะที่อุตสาหกรรมไทยต้องการในปี 2030” สะท้อนทิศทางการพัฒนากำลังคนที่ต้องสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมโลก ทั้งด้าน AI ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง

นอกจากนี้ รศ.ดร.ณัฐพล จันทร์พาณิชย์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ศรีราชา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา (KUSFEN) ในฐานะหัวหน้าโครงการ ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์โครงการ และคุณสุพจน์ สุขพิศาล รองเลขาธิการ TAPMA กล่าวสรุปประเด็นความร่วมมือระหว่าง TAPMA, KUSFEN และ บพค. ที่สะท้อนความท้าทายในภาคอุตสาหกรรมผู้ผลิตยานยนต์และชิ้นส่วน รวมถึงแนวทางการพัฒนาหลักสูตรและกำลังคนที่ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ยุคใหม่
จุดเด่นสำคัญของโครงการ คือการมุ่งเน้นพัฒนากำลังคนให้สามารถต่อยอดสู่การออกแบบและพัฒนาชิ้นส่วนที่บูรณาการ Digital Electronics, Advanced Electronics และ Embedded AI สำหรับยานยนต์สมัยใหม่ โดยเฉพาะแนวคิด Software-Defined Vehicle(SDV) ซึ่งกำลังเป็นทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก และเป็นการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง (Part Transformation) จากการผลิตชิ้นส่วนเชิงกลแบบดั้งเดิม ไปสู่ชิ้นส่วนอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์และ AI มากยิ่งขึ้น ซึ่งโครงการได้ออกแบบหลักสูตรสองเส้นทาง (Dual Track) ได้แก่ Embedded Systems for xEV และ AI for xEV/ADAS ซึ่งผู้ผ่านการอบรมจะได้รับการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพตามมาตรฐาน TPQI อันเป็นที่ยอมรับของภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงเครือข่ายนานาชาติร่วมกับ ECAM LaSalle ประเทศฝรั่งเศส และ BRIN (National Research and InnovationAgency) ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อยกระดับการพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและระบบการผลิตอัจฉริยะของประเทศในอนาคต

บพค. ยังคงมุ่งสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีและกำลังคนสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และภาคีเครือข่าย เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า การผลิตขั้นสูง และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคตของภูมิภาคในระยะยาว
