
เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เข้าร่วมงานเปิดโครงการ PMUC Zero Burn to Earn : เลิกเผา เป๋าตุง และมอบนวัตกรรม พร้อมใช้ Ecosystem พร้อมรับ “เศษวัสดุเหลือทิ้งต้องมีค่า” ซึ่งได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นประธานเปิดงาน พร้อมมอบนโยบายการใช้นวัตกรรม การพัฒนาระบบนิเวศ (Ecosystem) ในการจัดการวิกฤติ PM 2.5 และพลังงาน จัดโดย หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) ภายใต้ รวพ. ณ ห้องประชุมหว้ากอ 2 อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 14 สอวช.
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า กระทรวง อว. โดย บพข. ได้จัดทำโครงการ “PMUC Zero Burn to Earn: เลิกเผา เป๋าตุง” เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยใช้กลไกและหลักการทางเศรษฐศาสตร์เข้ามาขับเคลื่อน แทนการใช้มาตรการบังคับเพียงอย่างเดียว โดยเปลี่ยน “เศษวัสดุเหลือทิ้ง” ให้ “มีค่า” อย่างเศษวัสดุที่เคยถูกเผาทิ้ง ไม่ว่าจะเป็น ฟางข้าว ฟางข้าวโพด เศษไม้ ขยะพลาสติก ให้สามารถนำมาแลกเปลี่ยนเป็น ผลผลิตจากงานวิจัยที่จับต้องได้ เช่น น้ำมันไบโอดีเซล แผงโซลาร์เซลล์มือสอง แผ่นคลุมดินจากชีวมวล ซึ่งเป็นสิ่งของที่ช่วยลดรายจ่ายในชีวิตประจำวัน จากนั้นเราจะนำเศษวัสดุที่เหมาะสมส่งต่อให้ภาควิจัยและภาคเอกชน ผลิตเป็นสินค้ารักษ์โลกและพลังงานทดแทนที่สามารถแข่งขันด้านราคาในตลาดได้ ซึ่งกลไกนี้จะทำให้เกษตรกรได้ค่าตอบแทน ภาคเอกชนได้ต้นทุนที่แข่งขันได้ และประเทศได้นวัตกรรมรักษ์โลกอย่างยั่งยืน

โครงการนี้จะทดลองนำร่องในลักษณะ Sandbox ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ก่อน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่กำลังเผชิญปัญหา โดยบูรณาการความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนการลดการเผาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน หากโมเดลนี้ประสบความสำเร็จ จะมีการขยายผลการดำเนินงานไปยังพื้นที่ภาคกลางและส่วนอื่น ๆ ทั่วประเทศต่อไป
“หากพยายามบอกให้ประชาชนหยุดเผาเพียงอย่างเดียวคงไม่สำเร็จ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นคงสำเร็จมานานแล้ว แต่ถ้าเราใช้หลักเศรษฐศาสตร์เข้ามาช่วย เมื่อเกษตรกรเห็นว่าเศษวัสดุมีมูลค่า สามารถนำมาแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งที่ช่วยลดรายจ่ายได้ เขาก็จะหยุดเผาเอง กลไกนี้คือการสร้างโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ได้ประโยชน์ร่วมกันแบบวิน-วิน (Win-Win) เกษตรกรสามารถลดต้นทุนรายจ่ายได้ ในขณะที่ภาคเอกชนก็ได้วัตถุดิบเพื่อนำไปแปรรูปสร้างกำไร” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
