บพค. ร่วมกับสถานทูตเนเธอร์แลนด์ มจธ. และ กทม. เปิดตัว “เรือไฟฟ้าต้นแบบ (E-Boat Prototype)” ต่อยอดยกระดับทักษะช่างชุมชนคลองบางมด สู่ระบบนิเวศอู่เรือสีเขียว ขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ดร.รัฐภูมิ ตู้จินดา ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการ บพค. และเจ้าหน้าที่ บพค. ร่วมเปิดตัวเรือไฟฟ้าต้นแบบ (E-Boat Prototype) ณ บ้านเขียนวาดและภาพพิมพ์ ชุมชนคลองบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร ภายใต้ความร่วมมือของวิสาหกิจชุมชน หน่วยงานวิชาการ และพันธมิตรระหว่างประเทศ

ภายในงานได้รับเกียรติจาก H.E. Mr. Remco van Wijngaarden เอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายสนธยา เสมทัพพระ ที่ปรึกษาวิสาหกิจชุมชนคลองบางมดสร้างสรรค์ ผู้ก่อตั้งบ้านเขียนวาดและภาพพิมพ์ ริมคลองบางมด และ รศ.ดร.ชวิน จันทรเสนาวงศ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ สะท้อนความร่วมมือเชิงนโยบายในการขับเคลื่อนนวัตกรรมระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ในการนี้ นางสาววิไลวรรณ ประทุมวงศ์ หัวหน้าโครงการพัฒนานิเวศอู่เรือสีเขียวเพื่อยกระดับฝีมือช่างท้องถิ่นสู่การเป็นนวัตกรเรือไฟฟ้าสำหรับชุมชน โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก บพค. ภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญ “ประเทศไทยเกิดงานใหม่ ทักษะสูง รายได้ดีใน 3 อุตสาหกรรม (Semiconductor, EV และ AI)” ประจำปีงบประมาณ 2569 ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการต่อยอดภายหลังการเปิดตัวเรือไฟฟ้าต้นแบบลำนี้ ได้นำคณะเยี่ยมชมอู่เรือ EV ณ บ้านเขียนวาดและภาพพิมพ์ โดยโครงการมีเป้าหมายยกระดับศักยภาพกำลังคนควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านจากเรือเครื่องยนต์สันดาปไปสู่เรือขับเคลื่อนระบบไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดมลพิษทางเสียงและอากาศในลำคลอง และลดต้นทุนพลังงานของผู้ประกอบการในชุมชนอย่างมีนัยสำคัญ
บพค. พร้อมสนับสนุนโครงการพัฒนากำลังคนด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม การยกระดับทักษะแรงงานในระดับพื้นที่ และการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาคชุมชน เพื่อให้เกิดการนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้จริงและสามารถขยายผลในระดับประเทศ

จากการดำเนินโครงการ คาดว่าจะสามารถพัฒนานวัตกรชุมชนทักษะสูง (Reskill/Upskill) จำนวน 30 คน พร้อมทั้งพัฒนาเรือหางยาวไฟฟ้าต้นแบบ จำนวน 1 ลำ รวมทั้งจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ด้านเรือไฟฟ้า (E-boat Learning Center) และพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในระดับชุมชน และสามารถลดต้นทุนพลังงานได้ อันนำไปสู่การเป็นต้นแบบ “อู่เรือสีเขียว” ที่สามารถขยายผลสู่พื้นที่อื่น
โอกาสนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ H.E. Mr. Remco van Wijngaarden เอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย ได้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของโครงการในเชิงเศรษฐกิจและการพัฒนาเมือง โดยระบุว่า เรือไฟฟ้าสามารถลดต้นทุนพลังงานได้ถึงร้อยละ 60 เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ดีเซล และแม้การลงทุนเริ่มต้นจะสูง แต่ต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำทำให้มีความคุ้มค่าในระยะยาว อีกทั้งยังมีศักยภาพในการขยายผลไปยังคลองสายหลักของกรุงเทพมหานคร เช่น คลองแสนแสบ ซึ่งมีผู้ใช้งานจำนวนมากและยังเผชิญปัญหามลพิษจากเครื่องยนต์สันดาป

นอกจากนี้ โครงการยังมีบทบาทสำคัญในการลดมลพิษทางอากาศและเสียงจากภาคการขนส่งทางน้ำ ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 และสะท้อนรูปแบบความร่วมมือระหว่าง 4 ภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ หน่วยงานต่างประเทศ ภาควิชาการ และภาคประชาชน โดยมี “ความไว้วางใจและเป้าหมายร่วมกัน” เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านเมืองอย่างยั่งยืน
การดำเนินโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับแผนงานเป้าหมายสำคัญฯ ด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และสะท้อนบทบาทของ บพค. ในการขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชน และต่อยอดนวัตกรรมสู่การใช้งานจริงอย่างยั่งยืน

หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต
Program Management Unit for Frontier Brainpower and Future Industries

319 อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน
เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
02-109-5432 ต่อ 845
[email protected]

ช่องทางการติดต่อสารบรรณของหน่วยงาน :
[email protected]

      ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่