

เมื่อวันที่ 5-6 มีนาคม 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ภายใต้การนำของ ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. มอบหมายให้ ดร.รัฐภูมิ ตู้จินดา ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการ บพค. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ บพค. เข้าเยี่ยมชมศูนย์วนเกษตร–พฤกษเภสัช (PAD : Pharma-Agroforestry District) ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบการปลูกพืชยามูลค่าสูงในระบบวนเกษตร ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิทยาเขตน่าน อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน
ศูนย์ PAD นี้ เกิดจากความร่วมมือระหว่างสถาบันเคอะโกร-อินโนเวท ภายใต้มูลนิธิกสิกรไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิทยาเขตน่าน เพื่อเป็นศูนย์รวบรวมและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการปลูกพืชยามูลค่าสูงในระบบวนเกษตร รวมถึงการบูรณาการองค์ความรู้ด้านเกษตรและเภสัชศาสตร์ในการพัฒนาและแปรรูปพืชสมุนไพร โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างนวัตกรรมเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสร้างเศรษฐกิจชุมชนอย่างมั่นคงและยั่งยืนให้แก่เกษตรกร ควบคู่กับการฟื้นฟูป่าต้นน้ำน่าน

พร้อมกันนี้ได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการวิเคราะห์และโรงงานต้นแบบการสกัดสารจากพืชเพื่อการผลิตยา ศูนย์การแพทย์รัตนนันทเวช ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร รวมถึงลงพื้นที่นำร่องของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการคืนป่า-ทำยาจากพืช โดยมี คุณอนันต์ ลาภสุขสถิต ประธานสถาบัน K–Agro Innovate (KAI) และคณะ ให้การต้อนรับ พร้อมมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สะท้อนปัญหาในพื้นที่ และแสวงหาแนวทางความร่วมมือด้านการพัฒนากำลังคนทักษะสูง (High-Skilled Workforce) การวิจัยและพัฒนาเชิงลึกของพืชสมุนไพรท้องถิ่นเพื่อทำยาให้เกิดได้จริงในอนาคต โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Technology) มาช่วยในการสนับสนุนการพัฒนาในระดับพื้นที่อย่างยั่งยืน อาทิ
• การออกแบบโครงการวิจัยที่มุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยใช้เทคโนโลยีขั้นแนวหน้าร่วมกับทำฐานข้อมูลทรัพยากรพืชสมุนไพรไทยและท้องถิ่น เช่น การนำเทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูงมาใช้ในการปรับปรุงพันธุกรรมระดับโมเลกุล นำไปสู่พืชปรับปรุงพันธุ์ที่ผลผลิตเพิ่มขึ้น คุณภาพสูงขึ้น ทนแล้ง และทนทานต่อโรคและแมลง ลดการใช้สารเคมี
• การใช้เทคโนโลยีขั้นแนวหน้ามาช่วยค้นหาสารสำคัญ ทดสอบฤทธิ์ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีการสกัดสารจากพืชยา ให้ได้สาระสำคัญที่มีฤทธิ์ทางยาเข้มข้นสูง เพื่อผลักดันให้เป็นยาสมัยใหม่ที่มีคุณสมบัติและมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับยาแผนปัจจุบัน และมีความปลอดภัย เป็นต้น

การหารือและเยี่ยมชมครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเชื่อมโยงการศึกษาวิจัยขั้นแนวหน้าเข้ากับบริบทพื้นที่จริง ผ่านความร่วมมือกับองค์กรที่มีประสบการณ์การทำงานในชุมชน และเป็นการสร้างความมือกับนักวิจัยชั้นนำระดับประเทศ ร่วมกับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยมุ่งหวังให้เกิด “องค์ความรู้ใหม่ที่ใช้ได้จริง” พร้อมสร้างผลกระทบในระดับชุมชน ภูมิภาค และระดับประเทศในอนาคต
