
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ภายใต้การนำของ ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. มอบหมาย ดร.รัฐภูมิ ตู้จินดา ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการ บพค. เข้าร่วมงานประชุม World Bank Group – Food and Agribusiness: Expert Consultation & Leaders’ Cocktail ณ Club Siam Glowfish ชั้น 11 อาคาร Siam Pathumwan House ภายใต้หัวข้อเสวนา Building Thailand’s Future Today By World Bank Group
ในการนี้ รศ.ดร.เกียรติศักดิ์ แสงประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และคุณภูมิชัย ตรัยดลานนท์ กรรมการผู้จัดการธุรกิจเกษตรภัณฑ์ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก บพค. ภายใต้โครงการพัฒนาบุคลากรสมรรถนะสูงด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในอุตสาหกรรมการเกษตร ผ่านแผนงานเป้าหมายสำคัญ “ประเทศไทยเกิดงานใหม่ ทักษะสูง รายได้ดีใน 3 อุตสาหกรรม (Semiconductor, EV และ AI)” ประจำปีงบประมาณ 2568 และ 2569 ได้เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานระหว่างประเทศ ภาคเอกชน และผู้กำหนดนโยบาย เพื่อร่วมกันหารือทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรของประเทศไทยในอนาคต

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเปิดเวทีหารือเชิงนโยบายและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของภาค Food and Agribusiness ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะยาว โดยได้รับเกียรติจาก Mr. Ashesh Prasann นักเศรษฐศาสตร์การเกษตรอาวุโส จาก World Bank มาบรรยายในหัวข้อ “Food and Agribusiness as Industry of the Future in Building Thailand’s Future Today” นำเสนอศักยภาพของระบบอาหารและการเกษตร (Agrifood System) ในฐานะอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และแนวทางยกระดับอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตรไทยสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม การพัฒนานวัตกรรม และความมั่นคงด้านอาหารอย่างยั่งยืน
ภายในงานยังมีการนำเสนอและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตรของไทยในอนาคต โดยมุ่งสู่ภาพความสำเร็จภายในปี พ.ศ. 2578 (ค.ศ. 2035) และปัจจัยสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พร้อมทั้งนำเสนอผลการวิเคราะห์ Foresight Study ที่สะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) เป็นปัจจัยสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรดั้งเดิมสู่เกษตรอัจฉริยะ ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีและข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ท่ามกลางแนวโน้มความต้องการอาหารและการเปลี่ยนแปลงของระบบอาหารโลก รวมถึงบทบาทของระบบนิเวศนวัตกรรม กลไก การลงทุน และการสนับสนุนทางการเงินในการส่งเสริมสตาร์ทอัพและธุรกิจใหม่ เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารในระยะยาว

นอกจากนี้ การประชุมครั้งนี้ยังเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และมุมมองเชิงนโยบาย ที่สามารถต่อยอดความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของ บพค. ในการสนับสนุนทุนด้านการพัฒนากำลังคนทักษะสูงและการวิจัยขั้นแนวหน้า ควบคู่กับการส่งเสริมทุนมนุษย์ด้านเทคโนโลยี และความร่วมมือระดับนานาชาติเพื่อกำหนดทิศทาง เสริมสร้างศักยภาพของระบบอาหารและการเกษตรของประเทศ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกอย่างยั่งยืน