บพค. ตอกย้ำบทบาทกลไกทุนวิจัยขั้นแนวหน้า เชื่อมความร่วมมือไทย–UK ภายใต้กองทุน ISPF

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. และเจ้าหน้าที่ บพค. เข้าร่วมการประชุม “British Council ISPF Thailand – Partners and Grant Recipients Meeting” เพื่อรายงานความก้าวหน้าเชิงนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม และร่วมติดตามผลการดำเนินงานของโครงการความร่วมมือวิจัยไทย–สหราชอาณาจักร ภายใต้ International Science Partnerships Fund (ISPF) ณ สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย

ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. ได้นำเสนอทิศทางยุทธศาสตร์และพันธกิจหลักของหน่วยงาน รวมถึงกลุ่มเทคโนโลยีเป้าหมาย 6 ด้านที่ บพค. ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ เทคโนโลยีดิจิทัลและการประมวลผล (Digital & Computing) เทคโนโลยีเซนเซอร์และอิเล็กทรอนิกส์ (Sensor & Electronics) เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) พลังงานสะอาด (Clean Energy) วัสดุขั้นสูง (Advanced Materials) และเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Technology) นอกจากนี้ ได้มีการหารือร่วมกับผู้แทนสถานเอกอัครราชทูต หน่วยงานให้ทุนจากประเทศไทย อาทิ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) รวมทั้ง British Council ในฐานะผู้ดูแลกองทุน International Science Partnerships Fund (ISPF) เพื่อหารือแนวทางการเข้าร่วมสนับสนุนทุน ISPF ในระยะต่อไป
ทั้งนี้ บพค. ได้เข้าร่วมสนับสนุนการวิจัยร่วมระหว่างประเทศภายใต้กองทุน ISPF อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 นับตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยดำเนินการภายใต้แผนงาน N49 การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือนานาชาติ (Global Partnership) ในการนี้ บพค. ให้การสนับสนุนโครงการภายใต้ทุน ISPF รวมทั้งสิ้น 5 โครงการ ครอบคลุมโจทย์วิจัยใน 4 ด้าน ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) การแพทย์เฉพาะบุคคล (Personalized Medicine) เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) และเทคโนโลยีเซนเซอร์ (Sensor Technologies) ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจหลักของ บพค. ในการส่งเสริมงานวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) ที่มุ่งเสริมสร้างความร่วมมือและเครือข่ายวิจัยกับต่างประเทศ

ในช่วงการรายงานความก้าวหน้า นักวิจัยภายใต้ทุน ISPF ระยะที่ 2 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานให้ทุนหลายแห่ง ได้แก่ สป.อว. วช. บพข. และ บพค. ได้นำเสนอความก้าวหน้าของโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศรวม 7 โครงการ ซึ่งสะท้อนการขับเคลื่อนงานวิจัยจากระดับห้องปฏิบัติการสู่การประยุกต์ใช้จริงในภาคอุตสาหกรรม สังคม และนโยบายสาธารณะ โดยในจำนวนนี้ มี 3 โครงการที่ได้รับการสนับสนุนทุน ISPF ระยะที่ 2 ร่วมกับ บพค. ซึ่งทางโครงการได้นำเสนอผลความก้าวหน้าใน 3 มิติ ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสุขภาพ และด้านพลังงานและการลดก๊าซเรือนกระจก มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. ในมิติด้านสิ่งแวดล้อม นำเสนอโดย ผศ. ดร.ชมาพร เจียรบุตร หัวหน้าโครงการจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ร่วมมือวิจัยเครือข่ายนานาชาติกับ University of Southampton เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี Microbial Fuel Cell (MFC) หรือเซลล์เชื้อเพลิงจุลินทรีย์ สำหรับบำบัดน้ำเสียจากโรงงานและอู่ซ่อมรถขนาดเล็กถึงกลาง ซึ่งมักขาดระบบบำบัดที่เหมาะสม น้ำเสียกลุ่มนี้มีการปนเปื้อนไขมัน น้ำมัน และจาระบี (FOG) รวมถึงสารอินทรีย์ในระดับสูง ซึ่งหากปล่อยลงสู่คูคลองจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ทีมวิจัยค้นพบจุลินทรีย์สายพันธุ์ใหม่ 4 ชนิดที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าควบคู่กับการย่อยสลายสารปนเปื้อนปิโตรเลียม และพัฒนา MFC มาแล้ว 5 เวอร์ชัน โดยเวอร์ชันล่าสุดออกแบบให้ไม่ต้องใช้เมมเบรน ซึ่งเป็นชิ้นส่วนราคาสูง ทำให้ต้นทุนระบบลดลงมาก ขณะที่ประสิทธิภาพยังคงสูง โดยสามารถกำจัดสารอินทรีย์ได้ถึง 94–95% และกำจัดไขมัน/น้ำมันได้ถึง 96% จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการ
2. ในมิติด้านสุขภาพ นำเสนอโดย ผศ. ดร.สมฤดี ดีไพศาล หัวหน้าโครงการจากสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ร่วมมือวิจัยเครือข่ายนานาชาติกับ University of Glasgow ได้พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อคัดกรองโรคกระดูกพรุนจากภาพเอกซเรย์ (X-ray) โดยใช้แนวคิด Federated Learning ที่คำนึงถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โรคกระดูกพรุนถือเป็น “โรคเงียบ” ที่มักไม่แสดงอาการจนเกิดภาวะแทรกซ้อน ขณะที่การตรวจมาตรฐานด้วยเครื่อง DEXA ยังเข้าถึงได้จำกัดในโรงพยาบาลต่างจังหวัดหรือขนาดเล็ก โครงการนี้จึงมุ่งใช้ประโยชน์จากภาพเอกซเรย์ที่มีใช้อยู่ทั่วไป ผสานเทคนิคการฝึกโมเดลแบบกระจายศูนย์ ซึ่งไม่ต้องรวบรวมข้อมูลผู้ป่วยไว้ที่เดียว สอดคล้องกับหลักการคุ้มครองข้อมูลตาม GDPR และ PDPA
3. ในมิติด้านพลังงานและการลดก๊าซเรือนกระจก นำเสนอโดย รศ. ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล หัวหน้าโครงการจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่ร่วมมือวิจัยเครือข่ายนานาชาติกับ University of Leeds ภายใต้โครงการ CCUS และการกักเก็บไฮโดรเจนในชั้นหิน ได้ศึกษาศักยภาพการกักเก็บ CO₂ และไฮโดรเจนในแหล่งกักเก็บทางธรณีวิทยา โดยมุ่งเน้นพื้นที่แอ่งโคราช (Khorat Basin) โดยได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างหินและทดสอบสมบัติที่สำคัญ เช่น Relative Permeability และ Interfacial Rheology เพื่อใช้พัฒนาแบบจำลองระดับแหล่งกักเก็บ (Reservoir-scale Simulation) และเชื่อมโยงผลการศึกษาเข้ากับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและทิศทางเชิงนโยบายด้านพลังงานของประเทศ

ทั้งสามโครงการสะท้อนบทบาทของ บพค. ในการสนับสนุนงานวิจัยที่บูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายสำคัญของประเทศ ตั้งแต่การจัดการมลพิษในภาคอุตสาหกรรม การยกระดับการเข้าถึงเทคโนโลยีคัดกรองสุขภาพ ไปจนถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการกักเก็บคาร์บอนและพลังงานสะอาด อันเป็นรากฐานสำคัญสู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและการขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคตคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้ง การนำเสนอของโครงการทั้งหมดในครั้งนี้สะท้อนทิศทางร่วมของทุกโครงการ ได้แก่ การขยับจากงานวิจัยระดับห้องปฏิการสู่การทดสอบภาคสนามและการใช้งานจริง การทำงานแบบสหสาขาและสร้างระบบนิเวศความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย อุตสาหกรรม และผู้กำหนดนโยบาย การพัฒนากำลังคนรุ่นใหม่ผ่าน mobility, training และ platform วิจัยร่วม และการตระหนักถึงมิติด้านนโยบายและการยอมรับของสังคมควบคู่กับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทของ บพค. ในฐานะกลไกสนับสนุนทุนวิจัยขั้นแนวหน้า ที่เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อผลักดันเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์เชิงอุตสาหกรรมและสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป

หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต
Program Management Unit for Frontier Brainpower and Future Industries

319 อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน
เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
02-109-5432 ต่อ 845
[email protected]

ช่องทางการติดต่อสารบรรณของหน่วยงาน :
[email protected]

      ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่