กระทรวง อว - บพค. ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดกรอบทิศทางการสนับสนุนทุนวิจัย และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระหว่างสหราชอาณาจักรและประเทศไทย ณ กระทรวงการต่างประเทศ และ สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร

ช่วงเช้า เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง อว. ร่วมประชุมกับผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงการต่างประเทศ (Commonwealth, Foreign & Development Office, FCDO) และผู้บริหารจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และเทคโนโลยี (Department of Science, Innovation and Technology, DSIT) ณ กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนทิศทางการให้ทุนสนับสนุนงานวิจัยทั้งของสองฝ่าย
นอกเหนือจากกรอบและทิศทางการวิจัยขั้นแนวหน้าอย่าง AI ควอนตัม วิศวกรรมชีววิทยาที่สหราชอาณาจักรมุ่งขับเคลื่อนแล้ว ยังให้ความสนใจในเรื่องของนโยบายและมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนผลกระทบที่เกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภายในและเวทีนานาชาติ ทาง FCDO เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องผลกระทบโดยเฉพาะที่จะสามารถขยายผลและนำไปทำซ้ำในประเทศอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัคซีน การเปลี่ยนแปลงสภาพทางภูมิศาสตร์ ความมั่นคงทางอาหาร ความซับซ้อนทางมนุษยธรรม โดยในเรื่องของ AI นั้น ทาง FCDO ได้ใช้งบประมาณกว่า 9 หมื่นปอนด์ในการศึกษาเกี่ยวกับเรื่อง Gap on AI เพื่อดูโอกาสในการพัฒนางานวิจัยทาง AI ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ในมิติที่เกี่ยวข้องกับการผลักดันให้ผลงานวิจัยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงนั้น DSIT ได้ก่อตั้งหน่วยงานในลักษณะ Sandbox ที่เรียกว่า Government Office for Technology Transfer (GOTT) มีเป้าหมายชัดเจนเพื่อเร่งรัดและเพิ่มการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ของทรัพย์สินทางปัญญาในหน่วยงานวิจัยภาครัฐที่ไม่ใช่มหาวิทยาลัย เนื่องจากกลไกด้านเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญาของหน่วยงานกลุ่มนี้ยังมีข้อจำกัดมากกว่าเมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัย GOTT มีบทบาทในการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาให้กับหน่วยงานเหล่านั้น สร้างเครือข่ายเพื่อสนับสนุนการทำ Commercialization ให้การสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญ และจัดอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากร ที่สำคัญคือการสนับสนุนทุน Proof of Concept (PoC) เพื่อพัฒนาให้ทรัพย์สินทางปัญญาที่มีศักยภาพมีแผนธุรกิจที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ภาคเอกชน หรือการจัดตั้งบริษัท spin-off โดยมีงบประมาณจากรัฐบาลสหราชอาณาจักรมากกว่า 30 ล้านปอนด์
GOTT ยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเข้าใจด้านการนำผลงานวิจัยไปใช้เชิงพาณิชย์ให้กับหน่วยงานเป้าหมาย โดยเฉพาะประเด็นข้อจำกัดด้านกฎหมายและกฎระเบียบ ซึ่งหลายกรณีเกิดจากความไม่เข้าใจหรือความไม่มั่นใจในการตีความกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบัน GOTT ดำเนินงานมาแล้วประมาณ 3 ปี และจากการประเมินเบื้องต้นพบว่าสร้างผลกระทบเชิงบวกได้ค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินการ อีกทั้งได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากหน่วยงานภาครัฐซึ่งส่วนใหญ่มักมีข้อจำกัดด้านการผลักดันผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนหรือการสนับสนุนจากหน่วยงานให้ทุน เช่น Research Councils และ Innovate UK ภายใต้ UKRI ได้อย่างเต็มที่

ในช่วงบ่าย นายณัฐวัฒน์ กฤษณามระ เอกอัครราชทูตไทยประจำสหราชอาณาจักร พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง อว. ร่วมต้อนรับผู้แทนจากภาครัฐ และภาคการศึกษาของสหราชอาณาจักร เพื่อรับฟังทิศทางการพัฒนา AI ทั้งในมิติของความมั่นคง เศรษฐกิจ และ สังคม โดยมีโครงการที่สำคัญจากฝั่งสหราชอาณาจักรร่วมหารือ ดังนี้
1. FCDO Global Technology Directorate AI Unit
สหราชอาณาจักรให้ความสำคัญในการสร้างพันธมิตรเพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันกับทุกฝ่าย รวมไปถึงเรื่องธรรมาภิบาลที่ถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงาน นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญในเรื่องของความเสี่ยงทั้งระยะสั้นและระยะยาว และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ ตลอดจนเกิดการจัดตั้ง AI Security Institute (AISI) โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อลดความเสี่ยงที่ขับเคลื่อนโดยปัญญาประดิษฐ์ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนและความมั่นคงแห่งชาติของสหราชอาณาจักร ควบคู่ไปกับการเอื้อให้เกิดนวัตกรรมที่ปลอดภัย
2. 10DS (Data Scientists, Data Engineers, and Software Engineers) Policy Tools
10DS มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการกำหนดนโยบายที่อาศัยหลักฐานเชิงประจักษ์ในศูนย์กลางของการบริหารราชการแผ่นดิน ท้าทายกระบวนการทำงานแบบเดิม และยกระดับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในรัฐบาลอังกฤษ โดยอาศัยการวิเคราะห์และข้อมูลเชิงลึกที่สนับสนุนด้วยข้อมูล ตลอดจนพัฒนาเครื่องมือเชิงนโยบายในรูปแบบดิจิทัล โดยประกอบด้วยเครื่องมือหลากหลาย อาทิ Dashboard, Policy Explorer, rAPId Data Sharing, Digital Planning เป็นต้น
โครงการนี้มีการคัดเลือกคณะทำงานอย่างเข้มข้นผ่าน Followship Program เพื่อดึงดูดผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคระดับแนวหน้าจากภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา (อาทิ CERN, MIT, NASA JPL, Amazon, Microsoft, U of Oxford) เข้ามาปฏิบัติงานร่วมกับภาครัฐ

3. Responsible AI (RAI) UK and International Collaborations
RAI UK เป็นโครงการวิจัยและนวัตกรรมที่มุ่งเน้นการแก้ไขความท้าทายเร่งด่วนที่สำคัญที่สุดของสหราชอาณาจักรและประชาคมโลกอาศัยกรอบการวิจัยแบบสหสาขาวิชาการในการพัฒนาแนวคิด กรอบการทำงาน เครื่องมือ การฝึกอบรม และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับการพัฒนาและการนำปัญญาประดิษฐ์ที่ปลอดภัยและมีความรับผิดชอบไปใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนของสังคม
โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจาก UK Research and Innovation (UKRI) ด้วยงบประมาณ 35 ล้านปอนด์ เพื่อสนับสนุน 1) การดำเนินการวิจัยพื้นฐานด้านเทคโนโลยี แนวปฏิบัติ และนโยบายด้านปัญญาประดิษฐ์อย่างมีความรับผิดชอบ 2) การเร่งรัดการนำแนวปฏิบัติและเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์อย่างมีความรับผิดชอบไปประยุกต์ใช้ และ 3) การเป็นเวทีในการรวมและเชื่อมโยงเครือข่ายชุมชนด้านปัญญาประดิษฐ์อย่างมีความรับผิดชอบ ทั้งในสหราชอาณาจักรและในระดับนานาชาติ
ในการสนับสนุนนั้น จะได้รับการสนับสนุนในรูปแบบของโปรแกรม “AI Sandpit”ผ่านโครงการหลายรูปแบบ เช่น โครงการหลัก (Keystone Project) ที่มีหลายมิติ อาทิ ด้านการบังคับใช้กฎหมาย และด้านสาธารณสุข โครงการเร่งผลกระทบ (Impact Accelerator) หรือ โครงการพื้นฐานที่สำคัญ (Cornerstone Project) เป็นต้น
4. The London School of Economics and Political Science (LSE) หลักสูตรการฝึกอบรมด้าน AI
หลักสูตรสำหรับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานวิชาชีพด้านธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ ครอบคลุมประเด็นความเสี่ยงและโอกาส กลยุทธ์ด้านกฎระเบียบ แนวทางระดับนานาชาติ และการเสริมสร้างขีดความสามารถ โดยจัดการเรียนการสอนในรูปแบบหลักสูตรย่อย การบรรยาย และการประชุมเชิงปฏิบัติการ ดำเนินการโดย LSE Global Institute for Technology and Society ในมุมมองของ บพค. แนวทางดังกล่าวสามารถนำมาบูรณาการเป็นเส้นทางที่มีศักยภาพในการเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศไทย ด้านบุคลากร เทคโนโลยี และธรรมาภิบาลด้านปัญญาประดิษฐ์ได้ในอนาคต
บพค. เล็งเห็นเป็นอีกโอกาสสำคัญในการเร่งรัดการพัฒนากำลังคน ตลอดจนงานวิจัยที่สอดคล้องกับทิศทางการผลักดันของ สหราชอาณาจักร เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม พร้อมกับพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของไทย

หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต
Program Management Unit for Frontier Brainpower and Future Industries

319 อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน
เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
02-109-5432 ต่อ 845
[email protected]

ช่องทางการติดต่อสารบรรณของหน่วยงาน :
[email protected]

      ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่