
เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำคณะผู้บริหาร บพค. และคณะทำงานส่งเสริมโปรแกรมพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือนานาชาติและภาคีสำคัญของโลกด้านการวิจัยการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่ออนาคต ร่วมประชุมกับ Dr. Moritz Riede, Professor for Soft Functional Nanomaterials ภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด ในฐานะอดีตประธานร่วมเครือข่ายนักวิจัยรุ่นใหม่นานาชาติ (Global Young Academy, GYA) และ Prof. Rob Jenkins, Cognitive Psychologist จากมหาวิทยาลัยยอร์ค ในฐานะอดีตกรรมการบริหารเครือข่ายนักวิจัยรุ่นใหม่นานาชาติ ณ มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด เพื่อหารือแนวทางการพัฒนานักวิจัยรุ่นกลางและรุ่นใหม่ โดยเฉพาะประเด็นการสร้างผลกระทบจากงานวิจัย และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการทำงานในระดับนานาชาติ เพื่อแก้ปัญหาความท้าทายระดับโลก
การหารือร่วมกันในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดโอกาสการออกแบบความร่วมมือระหว่าง บพค. และเครือข่ายนักวิจัยระดับนานาชาติอย่าง Global Young Academy ซึ่งในปัจจุบันมีกลุ่มศิษย์เก่ากว่า 400 คนจากทั่วโลก ถือเป็นอีกกลุ่มบุคลากรวิจัยที่ประสบความสำเร็จทั้งมิติงานวิจัย บริหาร บทบาทการเป็นผู้นำ ตลอดจนการทำงานกับระดับนโยบายในประเทศของตน นับเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะปักหมุดมุ่งเป็นแกนนำในการสร้างความร่วมมือและดึงคนเก่งระดับโลกมาทำงานร่วมกับนักวิจัยไทย และขยายผลไปยังระดับภูมิภาค

ด้วยในปีนี้ บพค. จะเป็นเจ้าภาพหลักร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) ในการจัดกิจกรรมภายใต้โครงการ Advancing Leadership Program (ALP) ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ โครงการดังกล่าวเป็นโครงการภายใต้เครือข่ายหน่วยงานให้ทุนนานาชาติ Belmont Forum เน้นการส่งเสริมและผลักดันการทำงานแบบข้ามศาสตร์ (Transdisciplinary Research) ให้นักวิจัยสามารถเรียนรู้การทำงานแบบข้ามศาสตร์กับผู้นำในระดับชุมชนจากทั่วโลก ถือเป็นแนวทางการทำงานที่สอดคล้องบทบาทใหม่ของ บพค. ที่ต้องสร้างความร่วมมือและการลงทุนร่วมกับพันธมิตรทั้งภายในและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นแนวหน้าอันจะนำไปสู่การเกิดอุตสาหกรรมหรือเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ
ภายหลังจากการหารือดังกล่าว คณะผู้บริหารและคณะทำงานฯ บพค. ได้มีโอกาสเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการการเคลือบผิวด้วยเทคนิค PVD ของ Dr. Moritz ซึ่งพบความน่าสนใจว่าเป็นห้องปฏิบัติการที่คำนึงถึงโอกาสในการ Scale Up ได้จริงในระดับอุตสาหกรรม มีการออกแบบเครื่องโดยประกอบจากโมดูลมาตรฐาน มูลค่ากว่า 10 ล้านปอนด์ เน้นการเคลือบฟิล์มออร์แกนิก เพื่อให้สามารถจัดการด้านการรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการเคลือบบนโซลาร์เซล ซึ่งในปัจจุบันมักใช้ฟิลม์ทั่วไปที่ทำให้รีไซเคิลได้ยาก ต้องกำจัดด้วยการฝังกลบ ไม่สอดคล้องกับทิศทางในการส่งเสริมเรื่องสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจหมุนเวียน จากการเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสในการออกแบบความร่วมมือระหว่าง บพค. และภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดเพื่อพัฒนาแลกเปลี่ยนบุคลากรวิจัยระหว่างสองประเทศในโอกาสต่อไป
