
เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยฯ มอบหมายให้ ดร.รัฐภูมิ ตู้จินดา ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการหน่วยฯ กล่าวเปิดงานและให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมงานสัมมนาวิชาการนานาชาติ “การศึกษาจุดตัดของโรคปอด: การติดเชื้อไมโคแบคทีเรียชนิดไม่ใช่วัณโรค (NTM) และโรคหลอดลมโป่งพอง (Exploring the Intersection of Pulmonary Diseases: NTM and Bronchiectasis.)” ภายใต้โครงการ “ศึกษาวิจัยการติดเชื้อ Nontuberculous mycobacterial (NTM) ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเหตุการณ์ทางภูมิอากาศที่สำคัญ เพื่อยกระดับกลยุทธ์การเฝ้าระวังโรคและบรรเทาผลกระทบของการติดเชื้อ NTM ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง” แผนงาน Global Partnership โปรแกรมความร่วมมือ e-ASIA Joint Research Program เพื่อส่งเสริมการพัฒนาระบบนิเวศการวิจัยระดับโลก และการพัฒนากำลังคนขั้นสูงในการรับมือกับความท้าทายด้านสุขภาพที่ซับซ้อนในระดับสากล

งานสัมมนานี้เป็นการเปิดโอกาสให้นักวิจัยได้ร่วมกันพิจารณาประเด็นของโรคระบาดวิทยาในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย ซึ่งจะช่วยสะท้อนภาพรวมของรูปแบบการเกิดโรค ความท้าทายด้านการวินิจฉัย และแนวทางการดูแลรักษาในบริบทของระบบบริการสุขภาพของประเทศ มีการนำเสนอบทบาทของการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบผ่านฐานข้อมูลผู้ป่วยโรคหลอดลมโป่งพอง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของระบบทะเบียนข้อมูลมาตรฐานในการทำความเข้าใจลักษณะของผู้ป่วย แนวโน้มการดำเนินโรค และผลลัพธ์ระยะยาว นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนรับฟังประสบการณ์จากนานาประเทศ อาทิ รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีการศึกษาด้านการสัมผัสเชื้อ NTM จากสิ่งแวดล้อมอย่างกว้างขวาง ตลอดจนประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีแนวทางการวินิจฉัยอย่างเป็นระบบและการรักษาที่อิงหลักฐานเชิงประจักษ์ อันเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วย

การจัดงานสัมมนาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของการสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติ ผ่านการบูรณาการข้อมูลระบาดวิทยาจากพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย งานวิจัยระดับแนวหน้าจากรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย และความเชี่ยวชาญทางคลินิกที่เป็นระบบจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งไม่เพียงเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลวิชาการเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างเครือข่ายองค์ความรู้ระดับโลกเพื่อการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์อย่างยั่งยืน
บพค. มีความภาคภูมิใจที่ได้สนับสนุนโครงการความร่วมมือภายใต้กรอบ e-ASIA ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการยกระดับศักยภาพของนักวิจัยและแพทย์ไทย ผ่านการเปรียบเทียบข้อมูลจากบริบททางภูมิศาสตร์ที่หลากหลาย และการทำงานร่วมกับพันธมิตรระดับนานาชาติ อันจะนำไปสู่การพัฒนาการวินิจฉัยที่แม่นยำ และแนวทางการรักษาที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ของผู้ป่วยทั่วโลก