


เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการ บพค. พร้อมด้วย ดร.จิตติ มังคละศิริ รองผู้อำนวยการ บพค. ดร.รัฐภูมิ ตู้จินดา รองผู้อำนวยการ บพค. และ ผศ.ดร.ชินวุธ พิพัฒน์ภานุกูล ผู้ทรงคุณวุฒิ บพค. ด้านงานวิจัยขั้นแนวหน้าและเทคโนโลยีแห่งนาคต ให้เกียรติต้อนรับ Dr. Richard Wang, Executive Director of CASICCB และ Mr.Pirapat Auewarakul, Technology Transfer Officer of CASICCB จากประเทศจีน เพื่อหารือความร่วมมือด้านการสนับสนุนงานวิจัยในประเด็นวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ Alternative Energy ณ ห้องประชุมหว้ากอ 4 ชั้น 14 อาคารจัตุรัสจามจุรี กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมืองานวิจัยด้านพลังงานทางเลือกและเทคโนโลยีพลังงานสะอาด (Alternative Energy) ระหว่างนักวิจัยในประเทศไทยและนักวิจัยในประเทศจีน ดร.ณิรวัฒน์ฯ ผู้อำนวยการ บพค. ได้นำเสนอภาพรวมบทบาทและภารกิจของหน่วยงานในการเป็นกลไกสำคัญของประเทศด้านการสนับสนุนทุนวิจัย การพัฒนากำลังคน และการยกระดับขีดความสามารถทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดย บพค. มุ่งเน้นการสนับสนุนงานวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) การพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคต ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรวิจัยชั้นนำในระดับนานาชาติ พร้อมนำเสนอผลผลิตจากการดำเนินงานที่ผ่านมา ทั้งผลงานวิชาการระดับสูง สิทธิบัตร และต้นแบบเทคโนโลยี รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือกับเครือข่ายวิจัยระหว่างประเทศ โดยเฉพาะความร่วมมือกับประเทศจีนผ่านกลไกสำคัญ เช่น ANSO และ CSTEC ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดการทำงานร่วมกันในอนาคต


ผู้อำนวยการ บพค. ยังได้เน้นย้ำถึงโอกาสของความร่วมมือไทย–จีนในประเด็นด้าน Alternative Energy ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวข้อยุทธศาสตร์ที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสนใจร่วมกัน อาทิ เทคโนโลยีไฮโดรเจน พลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และการพัฒนาเชื้อเพลิงการบินและเชื้อเพลิงทางทะเลจากชีวมวล โดย บพค. พร้อมสนับสนุนการต่อยอดความร่วมมือดังกล่าวผ่านกรอบทุนวิจัยระหว่างประเทศ เช่น The e-Asia Joint Research Program (e-ASIA JRP) ที่อยู่ระหว่างการเปิดรับข้อเสนอโครงการ รวมถึงการผลักดันการแลกเปลี่ยนนักวิจัยและการจัดทำโครงการวิจัยร่วม เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมระหว่างประเทศไทยและประเทศจีนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในระยะต่อไป
ด้าน Dr. Richard Wang และ Mr.Pirapat ได้นำเสนอภารกิจและบทบาทของ Chinese Academy of Sciences Innovation Cooperation Center Bangkok (CASICCB) ในฐานะหน่วยงานภายใต้ Chinese Academy of Sciences (CAS) ซึ่งเป็นองค์กรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขนาดใหญ่ระดับโลก โดยทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรมระหว่างประเทศจีนและประเทศไทย ทั้งในรูปแบบการสนับสนุนโครงการวิจัยร่วม การแลกเปลี่ยนนักวิจัย และการพัฒนาบุคลากรวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นอกจากนี้ CASICCB ยังให้ความสำคัญกับการผลักดันงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริงผ่านความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม และการสร้างแพลตฟอร์มเชื่อมโยงตลาดเทคโนโลยีระหว่างสองประเทศ โดยการนำเสนอครั้งนี้มุ่งเน้นเป็นพิเศษในประเด็น พลังงานทางเลือก (Alternative Energy) อาทิ เทคโนโลยีไฮโดรเจน พลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน ตลอดจนการพัฒนาเชื้อเพลิงอากาศยานและเชื้อเพลิงทางทะเลแบบยั่งยืนจากชีวมวล ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของความร่วมมือไทย–จีนในการสนับสนุนเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ทาง CASICCB ยังนำเสนอแนวทางความร่วมมือที่มีศักยภาพในการดำเนินงานร่วมกับ บพค. โดยมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือเชิงรูปธรรมระหว่างนักวิจัยไทยและจีนในสาขาที่เป็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะด้าน Alternative Energy อีกทั้งได้เสนอรูปแบบความร่วมมือสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาโครงการวิจัยร่วมและการจัดหาพันธมิตรนักวิจัยไทยเพื่อเข้าร่วมโครงการระดับนานาชาติ อาทิ โครงการด้านเชื้อเพลิงการบินและเชื้อเพลิงทางทะเลแบบยั่งยืนจากชีวมวล ซึ่งมีสถาบันวิจัยชั้นนำของจีน เช่น Institute of Process Engineering (IPE) และ Shanghai Advanced Research Institute เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ประเทศไทยมีส่วนร่วมในฐานะหุ้นส่วนวิจัยสำคัญ และยังเน้นการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักวิจัย การพัฒนาทุนมนุษย์ และการจัดอบรมร่วมเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากรไทย รวมถึงการผลักดันความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมเพื่อสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ทั้งในประเทศไทยและจีน ตลอดจนเสนอแนวคิดการจัดตั้งแพลตฟอร์มความร่วมมือ เช่น ห้องปฏิบัติการร่วม (Joint Lab) และการใช้โครงสร้างพื้นฐานวิจัยร่วมกัน เพื่อยกระดับการพัฒนางานวิจัยขั้นแนวหน้าและสร้างระบบนิเวศความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่า ความร่วมมือระยะต่อไประหว่าง บพค. และ CASICCB ควรเริ่มต้นจากประเด็นวิจัยที่มีความชัดเจนและเป็นจุดแข็งร่วมกัน โดยเฉพาะในสาขาพลังงานทางเลือกและเทคโนโลยีพลังงานสะอาด (Alternative Energy) อาทิ การพัฒนาเทคโนโลยีไฮโดรเจน พลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานและเชื้อเพลิงทางทะเลแบบยั่งยืนจากชีวมวล ซึ่งจะเป็นหัวข้อสำคัญในการต่อยอดสู่การจัดทำโครงการวิจัยร่วม การแลกเปลี่ยนนักวิจัย และการพัฒนาแพลตฟอร์มความร่วมมือเชิงรูปธรรมในอนาคต เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอนาคตต่อไป
