
เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.หน่วยฯ มอบหมายให้ รศ.ดร.พิพัฒน์ นนทนาธรณ์ ปฏิบัติหน้าที่รองผอ.หน่วยฯ ร่วมกิจกรรมพิธีเปิดงาน “ASEAN School on Plasma and Nuclear Fusion 2026 (ASPNF2026)” โดยมี รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) เป็นประธานในพิธีเปิด ซึ่งมีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 19 – 23 มกราคม 2569 ณ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ สำนักงานใหญ่ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจด้านนิวเคลียร์ฟิวชั่นและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ถ่ายทอดความก้าวหน้าล่าสุดของเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชั่น ส่งเสริมความร่วมมือด้านฟิสิกส์พลาสมาและนิวเคลียร์ฟิวชั่น รวมถึงสนับสนุนการสร้างเครือข่ายนักวิจัยในสาขาฟิสิกส์พลาสมาและนิวเคลียร์ฟิวชั่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN)
โอกาสนี้ การจัดกิจกรรมดังกล่าว ได้ให้การต้อนรับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานและสถาบันวิจัยชั้นนำจากต่างประเทศ อาทิ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency: IAEA) Institute of Plasma Physics, Chinese Academy of Sciences (ASIPP) สาธารณรัฐประชาชนจีน French Alternative Energies and Atomic Energy Commission (CEA) สาธารณรัฐฝรั่งเศส National Institute for Fusion Science (NIFS)-SOKENDAI ประเทศญี่ปุ่น Korea Institute of Fusion Energy (KFE) สาธารณรัฐเกาหลี Lehigh University สหรัฐอเมริกา Southwestern Institute of Physics (SWIP) สาธารณรัฐประชาชนจีน Chinese Academy of Sciences Innovation Cooperation Center (CAS-ICCB) โดยผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวได้ร่วมเป็นวิทยากรบรรยาย ถ่ายทอดประสบการณ์ และองค์ความรู้ด้านฟิสิกส์พลาสมาและนิวเคลียร์ฟิวชั่น ให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนประมาณ 50 คน จากสถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัยในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากหน่วยงานของประเทศไทยเข้าร่วมกิจกรรม อาทิ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และสถาบันในเครือข่าย Center for Plasma and Nuclear Fusion Technology (CPaF) ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานวิจัยและสถาบันการศึกษาในประเทศไทยอีกด้วย
บพค. ในฐานะหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดสรรทุนเพื่อการยกระดับการพัฒนากำลังคน การพัฒนาขีดความสามารถงานวิจัย/เทคโนโลยีขั้นแนวหน้า การยกระดับสมรรถนะโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะประเด็นพลังงานสะอาดและวิทยาการการแพทย์สมัยใหม่ จะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
