บพค หนุนเสริมการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอนุรักษ์มรดกจิตรกรรมฝาผนัง สอดรับกับนโยบาย Quick Win ของกระทรวง อว.

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่ วัดเชิงท่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการวิจัย “โครงการวิเคราะห์การเสื่อมสภาพสีของจิตรกรรมฝาผนังด้วยเครื่องจำลองสภาพแวดล้อม เพื่อพัฒนากลไกการอนุรักษ์เชิงรุก” ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการตามนโยบาย Quick Win ของกระทรวง อว. พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นกลไกในการอนุรักษ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติอย่างยั่งยืน โดยมี นางสาวพิมพ์พร ชีวานันท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ประธานคณะอนุกรรมการประจำหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต ดร.สุภาวดี สุวรรณประทีป ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการ รศ.ดร.รจนา จันทราสา อนุกรรมการ ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) และคณะผู้บริหาร บพค. พร้อมด้วย ผศ.ดร.ภาสพิรุฬห์ วัชรศรีสำเริง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ นางสาวสุกัญญา เบาเนิด ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา คณะผู้บริหาร นักวิชาการ นักวิจัย และผู้สนใจเข้าร่วม
นายสุรศักดิ์ฯ รมว.อว. กล่าวว่า “วัดเชิงท่าถือเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยอย่างทรงคุณค่า การลงพื้นที่ในวันนี้เป็นการติดตามผลการดำเนินงานที่สะท้อนให้เห็นถึงการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวง อว. จากระดับนโยบายสู่การปฏิบัติจริง โดยโครงการนี้ได้นำเทคโนโลยีและเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ มาวิเคราะห์สาเหตุการเสื่อมสภาพของสีจิตรกรรมฝาผนัง เพื่อประเมินความเสียหายและวางแผนการดูแลรักษาได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการสูญเสียมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ การอนุรักษ์ในยุคปัจจุบัน จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วย โครงการนี้จึงเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในเชิงพื้นที่และเชิงสังคม ช่วยยกระดับมาตรฐานการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมไทยให้เป็นระบบและมีความยั่งยืนในระยะยาว”

ด้าน ดร.ณิรวัฒน์ฯ ผู้อำนวยการ บพค. ได้กล่าวรายงานการลงพื้นที่ติดตาม “โครงการวิเคราะห์การเสื่อมสภาพสีของจิตรกรรมฝาผนังด้วยเครื่องจำลองสภาพแวดล้อม เพื่อพัฒนากลไกการอนุรักษ์เชิงรุก” ที่มุ่งผลักดันงานวิจัยให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในพื้นที่ ซึ่งโครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนทุนจาก บพค. ในปีงบประมาณ 2569 ภายใต้กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผ่านแผนงาน N40 การวิจัยขั้นแนวหน้าเพื่อรองรับความผันผวนทางสังคมในอนาคต
พร้อมกล่าวเน้นย้ำว่า “การลงพื้นที่ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย Quick Win ของกระทรวง อว. ในการส่งเสริมงานวิจัยที่สร้างผลลัพธ์ชัดเจนภายในระยะเวลาที่สั้น โดยโครงการดังกล่าวเป็นการบูรณาการงานอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมเข้ากับศาสตร์ Heritage Science เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และขีดความสามารถของประเทศในการรับมือกับความผันผวนด้านสภาพอากาศและภัยพิบัติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อโบราณสถานและมรดกวัฒนธรรมโดยตรง”

นอกจากนี้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.อว. คณะผู้บริหาร นักศึกษา และผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 80 ท่าน ได้รับฟังการนำเสนอผลการดำเนินงานของโครงการ โดยมี รศ.ดร.มงคล แก้วบำรุง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิเป็นหัวหน้าโครงการ บรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ “เรื่องเล่าบนผนัง: ภูมิปัญญา ศิลปะ และจิตรกรรมไทยท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง” พร้อมนำเยี่ยมชมโบราณสถานสำคัญภายในวัดเชิงท่า ซึ่งเป็นพื้นที่ศาสนสถานที่สะท้อนความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างศิลปะ วัฒนธรรม ความเชื่อทางพุทธศาสนา และวิถีชีวิตของชุมชนในอดีต โครงการนี้จึงมิได้มุ่งเน้นการศึกษาจิตรกรรมฝาผนังในฐานะวัตถุทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว หากแต่ให้ความสำคัญกับการมองจิตรกรรมฝาผนังในฐานะ “พื้นที่แห่งความหมาย” ที่เชื่อมโยงความศรัทธา และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชนให้ดำรงอยู่ควบคู่กับการเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ รศ.ดร.มงคลฯ ยังได้ชี้ให้เห็นปัญหาการเสื่อมสภาพของภาพจิตรกรรมฝาผนัง ที่มีสาเหตุจากสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างฉับพลัน ทั้งความแตกต่างของอุณหภูมิในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน มลภาวะในอากาศ และความชื้นที่ผันผวนจากปริมาณน้ำฝน และเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ส่งผลให้ภาพจิตรกรรมฝาผนังเกิดการซีดจาง แตกตัว หรือแตกร้าวภายในระยะเวลาอันสั้น ปัญหานี้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อความคงทนของงานอนุรักษ์ แต่ยังอาจก่อให้เกิดการเสื่อมสภาพซ้ำซ้อนของผิวงานศิลปะดั้งเดิม

ต่อมา ผู้เข้าร่วมได้รับชมต้นแบบกระบวนการประเมินวัสดุสีบนภาพจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนากลไกการอนุรักษ์เชิงรุก โดย รศ.ดร.มงคลฯ และนักวิชาการจากกรมศิลปากร ได้สาธิตขั้นตอนการทำความสะอาดภาพจิตรกรรมฝาผนัง การสำรวจและวิเคราะห์ความเสียหายของชั้นสี และการวัดการซีดจางของสี พร้อมการใช้เทคโนโลยี VR เพื่อจำลองสภาพการไหลของอากาศที่ส่งผลต่อการเสื่อมสภาพของภาพจิตรกรรมฝาผนัง ควบคู่กับการประยุกต์ใช้ระบบตรวจวัดแสง อุณหภูมิ ความชื้น และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ร่วมกับการจำลองการไหลของอากาศด้วยหลัก พลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ (CFD) เพื่อทำความเข้าใจปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมและใช้ประกอบการวางแนวทางการอนุรักษ์อย่างเป็นระบบ
โครงการนี้สะท้อนถึงศักยภาพในการนำผลลัพธ์เชิงรูปธรรมของการนำนโยบาย Quick Win ไปสู่การปฏิบัติจริง ผ่านการพัฒนาต้นแบบกระบวนการประเมินความเสถียรของวัสดุสีด้วยการทดลองแบบเร่งสภาวะ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการดูแลรักษาจิตรกรรมฝาผนังและโบราณสถานในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ นอกจากนี้ โครงการยังเปิดพื้นที่ให้เกิดการทำงานร่วมกันข้ามศาสตร์ ทั้งในมิติของการมีส่วนร่วมของช่างพื้นถิ่นและเครือข่ายการอนุรักษ์ในระดับพื้นที่ ซึ่งช่วยฟื้นฟูองค์ความรู้เชิงช่างและวัฒนธรรมชุมชนควบคู่กับการสร้างองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ส่งเสริมให้การอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังเป็นกระบวนการทางสังคมที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม

บพค. ในฐานะหน่วยงานให้ทุนและบริหารจัดการทุนวิจัย มีความยินดีที่ได้สนับสนุนและขับเคลื่อนงานวิจัยขั้นแนวหน้าที่บูรณาการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และมิติทางสังคมวัฒนธรรม เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จริงในเชิงพื้นที่และเชิงนโยบาย โดยมีเป้าหมายนำผลลัพธ์จากโครงการไปใช้ประกอบการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมในระดับประเทศ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต
Program Management Unit for Technology and Innovation for Future Industries (PMU-B) : Brainpower for Future Industries

319 อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน
เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
02-109-5432 ต่อ 845
[email protected]

ช่องทางการติดต่อสารบรรณของหน่วยงาน :
[email protected]

      ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่