
หาดใหญ่ 4 ธันวาคม 2568 ภายใต้ข้อสั่งการของ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและการสร้างนวัตกรรม (อว.) ให้เร่งนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้
ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) บมจ.เดฟโดรนแมพเปอร์ (DDM) และภาคีเอกชนด้านวิศวกรรมสำรวจ ภูมิสารสนเทศ มากกว่า 10 องค์กร ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการนำเทคโนโลยีขั้นแนวหน้าด้านโลกและอวกาศร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ Geointelligence (GeoAI) มาเป็นกลไกหลักในการ “ฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่” จากวิกฤตอุทกภัยปี 2568 และการ “ติดปีกทักษะแห่งอนาคต” ให้กับบุคลากรทักษะสูงและนักศึกษาของประเทศ มุ่งเน้นการสร้าง “คน” ผ่านการลงมือทำจริง (Learning by Doing) ด้วยกระบวนการ STEM ร่วมกับ Art เป็นรูปแบบ STEAM ในการต่อยอดของเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พร้อมฐานข้อมูลสำรวจแบบ Rapid Mapping ส่งมอบ “แผนที่ภาพถ่าย 360 องศา (Street View Map)” ให้เป็นฐานข้อมูลดิจิทัลเพื่อการสนับสนุนแผนฟื้นฟูและเยียวยาเมืองหาดใหญ่ที่แม่นยำและโปร่งใส และ ต่อยอด ศูนย์ข้อมูลกลางภูมิสารสนเทศเพื่อบริหารจัดการน้ำท่วมหาดใหญ่ (Hat Yai Geospatial Data Center)


🗺️ DEV DRONE MAPPER นำทีม Street View Mapping สร้าง “ความทรงจำดิจิทัล” หลังน้ำลด
ดร.กฤษนัยน์ เจริญจิตร นักวิจัยจาก บมจ.เดฟโดรนแมพเปอร์ เปิดเผยว่า “วิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งนี้ สร้างความเสียหายในวงกว้างและซับซ้อน การใช้เพียงภาพถ่ายดาวเทียมสำรวจทรัพยากรเพียงอย่างเดียว มีข้อจำกัดเรื่องเมฆฝน และรายละเอียดข้อมูลไม่เพียงพอต่อการประเมินความเสียหายในระดับโครงสร้าง เราจึงนำเทคโนโลยี Mobile Mapping System (MMS) อย่างง่ายและกล้อง 360 องศาความละเอียดสูง มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้าง Digital Twin หรือฝาแฝดดิจิทัลของเมืองหาดใหญ่หลังน้ำลด ซึ่งเปรียบเสมือนการสร้าง ‘ความทรงจำดิจิทัล’ ที่ระบุพิกัดและเวลา (Timestamped & Geotagged) ไว้อย่างชัดเจน” ความร่วมมือครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการ “ติดปีกทักษะแห่งอนาคต อาชีพมูลค่าสูง” ให้กับบุคลากรของประเทศ โดยมีการบูรณาการศาสตร์แบบ STEM และ Art เป็นรูปแบบ STEAM ลงสู่พื้นที่จริง และทำงานจริงภายใต้โครงการ “โครงการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงด้านภูมิสารสนเทศปัญญาประดิษฐ์ (Geo-AI) และเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการฯ” โดยการสนับสนุนจาก บพค.


🧑💻 STEAM ลงพื้นที่จริง: จากห้องเรียนสู่สนามน้ำท่วม
S (Science): การใช้วิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science) วิเคราะห์รูปแบบความเสียหายจากข้อมูลดิบเพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำ
T (Technology): การใช้ Geo AI และ Cloud Platform ในการประมวลผลภาพมหาศาลแบบ Rapid Mapping ภายในระยะเวลาเร่งด่วน 8 วัน
E (Engineering): วิศวกรรมระบบสำรวจด้วยยานพาหนะ MMS ที่สามารถเข้าถึงพื้นที่ภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
A (Art/Arts): ศิลปะการนำเสนอข้อมูล (Data Visualization) ในรูปแบบภาพ 360 องศา ที่ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถเข้าถึงและเข้าใจบริบทของพื้นที่ได้ทันที
M (Mathematics): การคำนวณพิกัดทางภูมิศาสตร์ (GNSS/GPS) ที่แม่นยำเพื่อใช้อ้างอิง บูรณาการตำแหน่งความเสียหายในการวิเคราะห์ข้อมูลเมืองด้านต่างๆ


🎯ม.อ. – DDM – ภาคีเครือข่าย: เปลี่ยนพื้นที่ประสบภัยให้เป็น Living Lab และ Data Center ของเมือง
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ บมจ.เดฟโดรนแมพเปอร์ ภายใต้การสนับสนุนของ บพค. จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงเทคโนโลยีสู่ชุมชนและการศึกษา โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาและนักวิจัยในพื้นที่ได้เรียนรู้การใช้งานเครื่องมือ Geointelligence ขั้นสูง เปลี่ยนพื้นที่ประสบภัยให้เป็นห้องเรียนเสมือนจริง (Living Lab) เพื่อสร้างนวัตกรที่มีทักษะพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ (Disaster Resilience) ได้อย่างเป็นระบบ โครงการนี้ตั้งเป้าหมายที่จะสำรวจเส้นทางเศรษฐกิจและพื้นที่วิกฤต (Red Zone) ในอำเภอหาดใหญ่และใกล้เคียง รวมระยะทางกว่า 300-500 กิโลเมตร ข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปพัฒนาเป็น Web GIS Application และ ศูนย์ข้อมูลกลางภูมิสารสนเทศเพื่อบริหารจัดการน้ำท่วมหาดใหญ่ (Hat Yai Geospatial Data Center) ที่บูรณาการ ข้อมูลดาวเทียม ข้อมูลจาก ข้อมูลอุตุนิยมวิทยา ข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ข้อมูล GNSS ข้อมูลอากาศยานไร้คนขับ ข้อมูล Social GIS และอื่นๆ ที่หน่วยงานภาครัฐ บริษัท หน่วยวิจัย อื่นๆ สามารถนำไปใช้ประเมินความเสียหาย วางแผนซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างรวดเร็ว โปร่งใส และลดความขัดแย้ง และการสร้างแบบจำลองน้ำท่วมรายละเอียดสูง เพื่อจัดทำแผนป้องกันในอนาคต
📌“นวัตกรรม Geo AI ที่ไม่ใช่แค่กู้ภัย แต่สร้างอนาคตเมืองหาดใหญ่”
“นี่คือตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของการใช้นวัตกรรม Geo AI เพื่อขับเคลื่อนสังคม ไม่ใช่แค่การกู้ภัย แต่คือการสร้างรากฐานข้อมูลและการพัฒนาศักยภาพคน เพื่อให้หาดใหญ่ฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน” ตัวแทนภาคีเครือข่ายกล่าวทิ้งท้าย